ขึ้นรถทีไรลูกก็ร้อง ไม่ยอมนั่งคาร์ซีท พี่เลี้ยงช่วยได้แค่ไหน – พี่เลี้ยงเด็ก

โพสต์เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569

ขึ้นรถทีไรลูกก็ร้อง ไม่ยอมนั่งคาร์ซีท เป็นเรื่องที่หลายบ้านเจอ และทำให้พ่อแม่เครียดตั้งแต่ก่อนออกจากบ้าน พี่เลี้ยงช่วยลูกนั่งคาร์ซีทได้ง่ายขึ้น ได้ในส่วนของบรรยากาศและกิจวัตร ส่วนเรื่องที่เป็นหน้าที่ของพ่อแม่ก็ควรแยกให้ชัด บทความนี้เล่าว่าพี่เลี้ยงช่วยได้แค่ไหน

ทำไมลูกถึงร้องไม่ยอมนั่งคาร์ซีท

ทำไมลูกถึงร้องไม่ยอมนั่งคาร์ซีท เป็นคำถามที่ควรเข้าใจก่อน เพราะเด็กเล็กส่วนใหญ่ร้องด้วยเหตุผลง่ายๆ ที่ผู้ใหญ่มักมองข้าม

  • ถูกจำกัดการเคลื่อนไหว จึงรู้สึกอึดอัดเมื่อต้องนั่งนิ่งนานๆ
  • เบื่อหรือง่วงระหว่างเดินทาง แต่ยังพูดบอกไม่ได้
  • ไม่คุ้นกับที่นั่งและสายรัด จึงรู้สึกว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่ที่ไม่ชอบ
  • เคยร้องแล้วมีคนยอมตามใจ จึงจำได้ว่าร้องแล้วได้ผล

เมื่อเข้าใจว่าทำไมลูกถึงร้องไม่ยอมนั่งคาร์ซีท พี่เลี้ยงช่วยลูกนั่งคาร์ซีทได้ง่ายขึ้น เพราะไม่มองว่าลูกดื้อ และเลือกวิธีที่ทำให้ลูกสบายใจขึ้นแทนการดุหรือรีบบังคับ

ทำให้การขึ้นรถเป็นกิจวัตร

วิธี ทำไมช่วยได้ ตัวอย่าง
ทำให้การขึ้นรถเป็นกิจวัตร เด็กสบายใจเมื่อรู้ว่าต้องทำอะไรต่อ ใช้ลำดับเดิมทุกครั้ง เช่น หยิบของเล่น ขึ้นรถ แล้วคาดสายรัด
ให้ลูกคุ้นกับคาร์ซีทก่อนเดินทาง ลดความรู้สึกแปลกใหม่ที่ทำให้ลูกต่อต้าน ให้ลูกนั่งเล่นบนคาร์ซีทตอนจอดรถอยู่ก่อนออกเดินทาง
ชวนคุยและร้องเพลงระหว่างทาง เบี่ยงความสนใจจากความอึดอัด ร้องเพลงที่ลูกชอบหรือชวนมองสิ่งที่เห็นนอกหน้าต่าง

ทำให้การขึ้นรถเป็นกิจวัตร คือสิ่งที่พี่เลี้ยงทำได้ดีเพราะอยู่กับลูกทุกวัน เมื่อลูกรู้ลำดับที่แน่นอนและคาดเดาได้ ความตกใจและการต่อต้านมักลดลงเอง พี่เลี้ยงช่วยลูกนั่งคาร์ซีทได้ง่ายขึ้น เมื่อทุกขั้นตอนเหมือนเดิมทุกวัน

ให้ลูกคุ้นกับคาร์ซีทก่อนเดินทาง เป็นวิธีที่เบาและไม่ต้องรีบ เช่น ให้ลูกนั่งเล่นหรือกินขนมบนที่นั่งขณะที่รถจอดอยู่ เพื่อให้ลูกจำว่าที่นั่งนี้ไม่ได้มีไว้ให้ร้องไห้อย่างเดียว

ชวนคุยและร้องเพลงระหว่างทาง

ชวนคุยและร้องเพลงระหว่างทาง ช่วยให้เวลาในรถผ่านไปเร็วขึ้นสำหรับลูก และทำให้ความสนใจไม่จดจ่ออยู่กับสายรัดหรือความอึดอัด

  • เตรียมเพลงสั้นๆ ที่ลูกชอบไว้ร้องด้วยกันตลอดทาง
  • ชวนลูกมองและตั้งชื่อสิ่งที่เห็น เช่น รถสีแดงหรือต้นไม้ใหญ่
  • เล่านิทานสั้นๆ เมื่อเป็นเส้นทางที่ใช้เวลานาน
  • เตรียมของเล่นนุ่มๆ ชิ้นเล็กที่ลูกชอบไว้ให้กอด

พี่เลี้ยงช่วยลูกนั่งคาร์ซีทได้ง่ายขึ้น เมื่อชวนคุยตลอดทาง ซึ่งมักทำให้ลูกลืมความอึดอัดไปได้ชั่วขณะ และลูกก็เริ่มมองว่าการขึ้นรถเป็นเวลาที่ได้คุยและเล่นกับพี่เลี้ยง ไม่ใช่เวลาที่ถูกจับให้นั่งนิ่ง

ใจเย็นเมื่อลูกร้องไห้

ใจเย็นเมื่อลูกร้องไห้ เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ทำยากที่สุดเมื่อต้องรีบออกจากบ้าน แต่เป็นสิ่งที่ช่วยให้เรื่องนี้ดีขึ้นในระยะยาว

  • พูดกับลูกด้วยน้ำเสียงปกติ ไม่ดุและไม่ขู่
  • บอกลูกสั้นๆ ว่ากำลังทำอะไรอยู่ เช่น กำลังคาดสายรัดแล้วจะออกเดินทาง
  • รับรู้ความรู้สึกของลูกว่าไม่ชอบ แต่ยังคงทำตามกิจวัตรเดิม
  • เผื่อเวลาก่อนออกจากบ้านเพื่อไม่ต้องรีบจนผู้ใหญ่เสียอารมณ์

พี่เลี้ยงช่วยลูกนั่งคาร์ซีทได้ง่ายขึ้นเมื่อรับรู้ความรู้สึกของลูก ซึ่งไม่ได้แปลว่ายอมให้ลูกไม่นั่ง แต่คือการบอกว่าผู้ใหญ่เข้าใจ และยังต้องนั่งคาร์ซีทเหมือนเดิม เด็กที่รู้สึกว่าถูกเข้าใจมักร้องสั้นลงเมื่อเวลาผ่านไป

เรื่องที่เป็นหน้าที่ของพ่อแม่

พี่เลี้ยงช่วยเรื่องบรรยากาศและกิจวัตรได้ แต่มีบางเรื่องที่เป็นหน้าที่ของพ่อแม่และควรแยกให้ชัดตั้งแต่ต้น

  • การเลือกคาร์ซีทที่เหมาะกับอายุและขนาดตัวของลูก
  • การติดตั้งคาร์ซีทตามคู่มือของผู้ผลิต
  • การตัดสินใจเรื่องกฎหรือมาตรฐานความปลอดภัยในการเดินทาง
  • การตัดสินใจว่าจะขับรถเมื่อไรและไปทางไหน

พี่เลี้ยงไม่ควรให้คำแนะนำเรื่องมาตรฐานหรือการติดตั้งคาร์ซีทเอง และไม่ควรตัดสินใจเปลี่ยนวิธีนั่งของลูกโดยไม่ถามพ่อแม่ เมื่อสงสัยให้ถามพ่อแม่หรืออ่านคู่มือของคาร์ซีทที่ใช้อยู่

ประโยชน์ของการทำให้ลูกนั่งคาร์ซีทได้สบายใจ

ประโยชน์ของการที่พี่เลี้ยงช่วยลูกนั่งคาร์ซีทได้ง่ายขึ้น ไม่ได้มีแค่ลูกร้องน้อยลง แต่ทำให้ทุกเที่ยวเดินทางของครอบครัวสบายขึ้นด้วย

  • พ่อแม่และพี่เลี้ยงไม่ต้องเครียดตั้งแต่ก่อนออกจากบ้าน
  • ลูกรู้สึกว่าการขึ้นรถเป็นเรื่องปกติและคาดเดาได้
  • ผู้ใหญ่ไม่ต้องทะเลาะหรือโต้เถียงกันเรื่องวิธีรับมือลูกในรถ
  • การเดินทางไปโรงเรียนหรือไปหาหมอผ่านไปราบรื่นกว่าเดิม

เมื่อลูกคุ้นกับกิจวัตรการขึ้นรถ พี่เลี้ยงช่วยลูกนั่งคาร์ซีทได้ง่ายขึ้น และพาลูกไปทำธุระต่างๆ ได้สะดวกขึ้น และพ่อแม่ก็วางใจมากขึ้นเมื่อฝากลูกไว้กับพี่เลี้ยงเรื่องการเดินทาง

ข้อควรระวังเมื่อลูกไม่ยอมนั่ง

แม้จะใช้วิธีนุ่มนวลแล้ว ก็ยังมีข้อควรระวังที่ผู้ใหญ่ในบ้านควรรู้

  • ไม่ควรปล่อยให้ลูกออกจากที่นั่งหรือถอดสายรัดระหว่างรถเคลื่อนที่ แม้ลูกจะร้องหนัก
  • ไม่ควรดุหรือขู่ลูกจนกลัวการขึ้นรถมากกว่าเดิม
  • ถ้ารถยังไม่ปลอดภัยที่จะจอด ให้ขับต่อและปลอบลูกด้วยเสียง ไม่หันไปจัดการลูกขณะขับ
  • ถ้าลูกร้องผิดปกติหรือมีอาการไม่สบายระหว่างเดินทาง ควรบอกพ่อแม่และปรึกษาแพทย์

ครอบครัวที่กำลังหาแม่บ้านหรือพี่เลี้ยงมาช่วยดูแลลูก ควรถามผู้สมัครว่าเคยรับมือเด็กที่ไม่ยอมนั่งคาร์ซีทอย่างไร และควรให้ช่วงทดลองงานเพื่อดูว่าวิธีที่ผู้สมัครใช้เหมาะกับลูกของตัวเองหรือไม่

ถ้าบ้านต้องการจัดหาแม่บ้านมาช่วยดูแลเด็กและงานบ้านไปพร้อมกัน ควรบอกกฎการเดินทางของบ้านให้ชัดตั้งแต่วันแรก เช่น ต้องคาดสายรัดทุกครั้งที่รถเคลื่อนที่ เพื่อให้ทุกคนทำเหมือนกัน

สรุปแล้ว พี่เลี้ยงช่วยลูกนั่งคาร์ซีทได้ง่ายขึ้น ด้วยการทำให้การขึ้นรถเป็นกิจวัตร ให้ลูกคุ้นกับคาร์ซีทก่อนเดินทาง ชวนคุยและร้องเพลงระหว่างทาง และใจเย็นเมื่อลูกร้องไห้ ส่วนเรื่องการเลือกและติดตั้งคาร์ซีทยังเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ตามคู่มือของผู้ผลิต

พี่เลี้ยงช่วยลูกนั่งคาร์ซีทได้ง่ายขึ้น เมื่อทำสม่ำเสมอ และเมื่อพ่อแม่กับพี่เลี้ยงใช้วิธีเดียวกัน เด็กส่วนใหญ่จะค่อยๆ ร้องน้อยลงในเวลาไม่กี่สัปดาห์

ติดต่อเรา|แม่บ้านสุขสวัสดิ์

แม่บ้านสุขสวัสดิ์ ให้บริการจัดหาแม่บ้านและพี่เลี้ยงเด็กที่ใจเย็นและเข้าใจเด็ก สอบถามทีมงานได้ก่อนตัดสินใจ ใช้เวลาคุยประมาณ 20 ถึง 30 นาที

อ้างอิง

[1] MedlinePlus ห้องสมุดการแพทย์แห่งชาติสหรัฐฯ ข้อมูลความปลอดภัยในการเดินทางด้วยรถยนต์ รวมถึงการนั่งของเด็ก|https://medlineplus.gov/motorvehiclesafety.html

เพิ่มเพื่อนเลยแอดไลน์สอบถาม