
ขึ้นรถทีไรลูกก็ร้อง ไม่ยอมนั่งคาร์ซีท เป็นเรื่องที่หลายบ้านเจอ และทำให้พ่อแม่เครียดตั้งแต่ก่อนออกจากบ้าน พี่เลี้ยงช่วยลูกนั่งคาร์ซีทได้ง่ายขึ้น ได้ในส่วนของบรรยากาศและกิจวัตร ส่วนเรื่องที่เป็นหน้าที่ของพ่อแม่ก็ควรแยกให้ชัด บทความนี้เล่าว่าพี่เลี้ยงช่วยได้แค่ไหน
ทำไมลูกถึงร้องไม่ยอมนั่งคาร์ซีท
ทำไมลูกถึงร้องไม่ยอมนั่งคาร์ซีท เป็นคำถามที่ควรเข้าใจก่อน เพราะเด็กเล็กส่วนใหญ่ร้องด้วยเหตุผลง่ายๆ ที่ผู้ใหญ่มักมองข้าม
- ถูกจำกัดการเคลื่อนไหว จึงรู้สึกอึดอัดเมื่อต้องนั่งนิ่งนานๆ
- เบื่อหรือง่วงระหว่างเดินทาง แต่ยังพูดบอกไม่ได้
- ไม่คุ้นกับที่นั่งและสายรัด จึงรู้สึกว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่ที่ไม่ชอบ
- เคยร้องแล้วมีคนยอมตามใจ จึงจำได้ว่าร้องแล้วได้ผล
เมื่อเข้าใจว่าทำไมลูกถึงร้องไม่ยอมนั่งคาร์ซีท พี่เลี้ยงช่วยลูกนั่งคาร์ซีทได้ง่ายขึ้น เพราะไม่มองว่าลูกดื้อ และเลือกวิธีที่ทำให้ลูกสบายใจขึ้นแทนการดุหรือรีบบังคับ
ทำให้การขึ้นรถเป็นกิจวัตร
| วิธี | ทำไมช่วยได้ | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| ทำให้การขึ้นรถเป็นกิจวัตร | เด็กสบายใจเมื่อรู้ว่าต้องทำอะไรต่อ | ใช้ลำดับเดิมทุกครั้ง เช่น หยิบของเล่น ขึ้นรถ แล้วคาดสายรัด |
| ให้ลูกคุ้นกับคาร์ซีทก่อนเดินทาง | ลดความรู้สึกแปลกใหม่ที่ทำให้ลูกต่อต้าน | ให้ลูกนั่งเล่นบนคาร์ซีทตอนจอดรถอยู่ก่อนออกเดินทาง |
| ชวนคุยและร้องเพลงระหว่างทาง | เบี่ยงความสนใจจากความอึดอัด | ร้องเพลงที่ลูกชอบหรือชวนมองสิ่งที่เห็นนอกหน้าต่าง |
ทำให้การขึ้นรถเป็นกิจวัตร คือสิ่งที่พี่เลี้ยงทำได้ดีเพราะอยู่กับลูกทุกวัน เมื่อลูกรู้ลำดับที่แน่นอนและคาดเดาได้ ความตกใจและการต่อต้านมักลดลงเอง พี่เลี้ยงช่วยลูกนั่งคาร์ซีทได้ง่ายขึ้น เมื่อทุกขั้นตอนเหมือนเดิมทุกวัน
ให้ลูกคุ้นกับคาร์ซีทก่อนเดินทาง เป็นวิธีที่เบาและไม่ต้องรีบ เช่น ให้ลูกนั่งเล่นหรือกินขนมบนที่นั่งขณะที่รถจอดอยู่ เพื่อให้ลูกจำว่าที่นั่งนี้ไม่ได้มีไว้ให้ร้องไห้อย่างเดียว
ชวนคุยและร้องเพลงระหว่างทาง
ชวนคุยและร้องเพลงระหว่างทาง ช่วยให้เวลาในรถผ่านไปเร็วขึ้นสำหรับลูก และทำให้ความสนใจไม่จดจ่ออยู่กับสายรัดหรือความอึดอัด
- เตรียมเพลงสั้นๆ ที่ลูกชอบไว้ร้องด้วยกันตลอดทาง
- ชวนลูกมองและตั้งชื่อสิ่งที่เห็น เช่น รถสีแดงหรือต้นไม้ใหญ่
- เล่านิทานสั้นๆ เมื่อเป็นเส้นทางที่ใช้เวลานาน
- เตรียมของเล่นนุ่มๆ ชิ้นเล็กที่ลูกชอบไว้ให้กอด
พี่เลี้ยงช่วยลูกนั่งคาร์ซีทได้ง่ายขึ้น เมื่อชวนคุยตลอดทาง ซึ่งมักทำให้ลูกลืมความอึดอัดไปได้ชั่วขณะ และลูกก็เริ่มมองว่าการขึ้นรถเป็นเวลาที่ได้คุยและเล่นกับพี่เลี้ยง ไม่ใช่เวลาที่ถูกจับให้นั่งนิ่ง
ใจเย็นเมื่อลูกร้องไห้
ใจเย็นเมื่อลูกร้องไห้ เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ทำยากที่สุดเมื่อต้องรีบออกจากบ้าน แต่เป็นสิ่งที่ช่วยให้เรื่องนี้ดีขึ้นในระยะยาว
- พูดกับลูกด้วยน้ำเสียงปกติ ไม่ดุและไม่ขู่
- บอกลูกสั้นๆ ว่ากำลังทำอะไรอยู่ เช่น กำลังคาดสายรัดแล้วจะออกเดินทาง
- รับรู้ความรู้สึกของลูกว่าไม่ชอบ แต่ยังคงทำตามกิจวัตรเดิม
- เผื่อเวลาก่อนออกจากบ้านเพื่อไม่ต้องรีบจนผู้ใหญ่เสียอารมณ์
พี่เลี้ยงช่วยลูกนั่งคาร์ซีทได้ง่ายขึ้นเมื่อรับรู้ความรู้สึกของลูก ซึ่งไม่ได้แปลว่ายอมให้ลูกไม่นั่ง แต่คือการบอกว่าผู้ใหญ่เข้าใจ และยังต้องนั่งคาร์ซีทเหมือนเดิม เด็กที่รู้สึกว่าถูกเข้าใจมักร้องสั้นลงเมื่อเวลาผ่านไป
เรื่องที่เป็นหน้าที่ของพ่อแม่
พี่เลี้ยงช่วยเรื่องบรรยากาศและกิจวัตรได้ แต่มีบางเรื่องที่เป็นหน้าที่ของพ่อแม่และควรแยกให้ชัดตั้งแต่ต้น
- การเลือกคาร์ซีทที่เหมาะกับอายุและขนาดตัวของลูก
- การติดตั้งคาร์ซีทตามคู่มือของผู้ผลิต
- การตัดสินใจเรื่องกฎหรือมาตรฐานความปลอดภัยในการเดินทาง
- การตัดสินใจว่าจะขับรถเมื่อไรและไปทางไหน
พี่เลี้ยงไม่ควรให้คำแนะนำเรื่องมาตรฐานหรือการติดตั้งคาร์ซีทเอง และไม่ควรตัดสินใจเปลี่ยนวิธีนั่งของลูกโดยไม่ถามพ่อแม่ เมื่อสงสัยให้ถามพ่อแม่หรืออ่านคู่มือของคาร์ซีทที่ใช้อยู่
ประโยชน์ของการทำให้ลูกนั่งคาร์ซีทได้สบายใจ
ประโยชน์ของการที่พี่เลี้ยงช่วยลูกนั่งคาร์ซีทได้ง่ายขึ้น ไม่ได้มีแค่ลูกร้องน้อยลง แต่ทำให้ทุกเที่ยวเดินทางของครอบครัวสบายขึ้นด้วย
- พ่อแม่และพี่เลี้ยงไม่ต้องเครียดตั้งแต่ก่อนออกจากบ้าน
- ลูกรู้สึกว่าการขึ้นรถเป็นเรื่องปกติและคาดเดาได้
- ผู้ใหญ่ไม่ต้องทะเลาะหรือโต้เถียงกันเรื่องวิธีรับมือลูกในรถ
- การเดินทางไปโรงเรียนหรือไปหาหมอผ่านไปราบรื่นกว่าเดิม
เมื่อลูกคุ้นกับกิจวัตรการขึ้นรถ พี่เลี้ยงช่วยลูกนั่งคาร์ซีทได้ง่ายขึ้น และพาลูกไปทำธุระต่างๆ ได้สะดวกขึ้น และพ่อแม่ก็วางใจมากขึ้นเมื่อฝากลูกไว้กับพี่เลี้ยงเรื่องการเดินทาง
ข้อควรระวังเมื่อลูกไม่ยอมนั่ง
แม้จะใช้วิธีนุ่มนวลแล้ว ก็ยังมีข้อควรระวังที่ผู้ใหญ่ในบ้านควรรู้
- ไม่ควรปล่อยให้ลูกออกจากที่นั่งหรือถอดสายรัดระหว่างรถเคลื่อนที่ แม้ลูกจะร้องหนัก
- ไม่ควรดุหรือขู่ลูกจนกลัวการขึ้นรถมากกว่าเดิม
- ถ้ารถยังไม่ปลอดภัยที่จะจอด ให้ขับต่อและปลอบลูกด้วยเสียง ไม่หันไปจัดการลูกขณะขับ
- ถ้าลูกร้องผิดปกติหรือมีอาการไม่สบายระหว่างเดินทาง ควรบอกพ่อแม่และปรึกษาแพทย์
ครอบครัวที่กำลังหาแม่บ้านหรือพี่เลี้ยงมาช่วยดูแลลูก ควรถามผู้สมัครว่าเคยรับมือเด็กที่ไม่ยอมนั่งคาร์ซีทอย่างไร และควรให้ช่วงทดลองงานเพื่อดูว่าวิธีที่ผู้สมัครใช้เหมาะกับลูกของตัวเองหรือไม่
ถ้าบ้านต้องการจัดหาแม่บ้านมาช่วยดูแลเด็กและงานบ้านไปพร้อมกัน ควรบอกกฎการเดินทางของบ้านให้ชัดตั้งแต่วันแรก เช่น ต้องคาดสายรัดทุกครั้งที่รถเคลื่อนที่ เพื่อให้ทุกคนทำเหมือนกัน
สรุปแล้ว พี่เลี้ยงช่วยลูกนั่งคาร์ซีทได้ง่ายขึ้น ด้วยการทำให้การขึ้นรถเป็นกิจวัตร ให้ลูกคุ้นกับคาร์ซีทก่อนเดินทาง ชวนคุยและร้องเพลงระหว่างทาง และใจเย็นเมื่อลูกร้องไห้ ส่วนเรื่องการเลือกและติดตั้งคาร์ซีทยังเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ตามคู่มือของผู้ผลิต
พี่เลี้ยงช่วยลูกนั่งคาร์ซีทได้ง่ายขึ้น เมื่อทำสม่ำเสมอ และเมื่อพ่อแม่กับพี่เลี้ยงใช้วิธีเดียวกัน เด็กส่วนใหญ่จะค่อยๆ ร้องน้อยลงในเวลาไม่กี่สัปดาห์
ติดต่อเรา|แม่บ้านสุขสวัสดิ์
แม่บ้านสุขสวัสดิ์ ให้บริการจัดหาแม่บ้านและพี่เลี้ยงเด็กที่ใจเย็นและเข้าใจเด็ก สอบถามทีมงานได้ก่อนตัดสินใจ ใช้เวลาคุยประมาณ 20 ถึง 30 นาที
- โทร:02-118-3737 / 082-333-7070
- Line:@maid2015
- เว็บ:https://www.แม่บ้านสุขสวัสดิ์.com
- เฟซบุ๊ก:https://www.facebook.com/maidbangkok/
อ้างอิง
[1] MedlinePlus ห้องสมุดการแพทย์แห่งชาติสหรัฐฯ ข้อมูลความปลอดภัยในการเดินทางด้วยรถยนต์ รวมถึงการนั่งของเด็ก|https://medlineplus.gov/motorvehiclesafety.html


