คนดูแลผู้สูงอายุต้องลุกดูตอนกลางคืนด้วยไหม ถ้าต้องอยู่เวรดึกคิดค่าจ้างเพิ่มอย่างไร

โพสต์เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569

คนดูแลผู้สูงอายุอยู่เวรดึก ต้องลุกดูตอนกลางคืนด้วยไหม เป็นคำถามที่หลายครอบครัวสงสัยตั้งแต่ก่อนเริ่มจ้าง โดยเฉพาะบ้านที่จ้างคนดูแลแบบอยู่ประจำ เพราะไม่ใช่ทุกบ้านที่ต้องการแบบนี้ และถ้าต้องการจริง ควรรู้ล่วงหน้าว่าค่าจ้างเวรดึกคิดยังไง เพื่อตกลงกันให้ชัดเจนตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน ไม่ใช่มาเถียงกันทีหลัง

ทำไมบางบ้านต้องมีคนดูแลผู้สูงอายุอยู่เวรดึก

ไม่ใช่ผู้สูงอายุทุกคนที่ต้องการคนดูแลผู้สูงอายุอยู่เวรดึก แต่บางสถานการณ์จำเป็นจริงๆ

  • ผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงหกล้มตอนกลางคืน เพราะสายตาไม่ดีหรือทรงตัวไม่มั่นคง
  • ผู้สูงอายุที่ต้องตื่นเข้าห้องน้ำบ่อยกว่าปกติในช่วงกลางคืน
  • ผู้สูงอายุที่มีภาวะสับสนตอนกลางคืน หลงทางแม้ในบ้านตัวเอง
  • ผู้สูงอายุที่ใช้เครื่องช่วยหายใจหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ต้องเฝ้าดูใกล้ชิด

ค่าจ้างเวรดึก คิดยังไง

รูปแบบการดูแล วิธีคิดค่าจ้าง ตัวอย่าง
ลุกดูเป็นครั้งคราว มักรวมอยู่ในค่าจ้างอยู่ประจำปกติ ตื่นช่วยพยุงเข้าห้องน้ำ 1 ถึง 2 ครั้งต่อคืน
อยู่เวรดึกเต็มกะ คิดค่าจ้างเพิ่มแยกต่างหากจากกะกลางวัน มีคนเฝ้าดูแลตลอดทั้งคืนแยกจากคนดูแลกลางวัน
ทำงานเกินชั่วโมงปกติ จ่ายค่าล่วงเวลาตามชั่วโมงที่ทำงานเกินจริง คิดตามหลักกฎหมายแรงงาน ไม่ใช่ตามใจนายจ้างฝ่ายเดียว

กฎหมายแรงงานกำหนดชั่วโมงทำงานสูงสุดไว้ชัดเจน ถ้าคนดูแลผู้สูงอายุต้องทำงานเกินชั่วโมงที่กำหนด ควรได้รับค่าล่วงเวลาตามสัดส่วนที่เหมาะสม ไม่ใช่แค่ผู้ดูแลควรทำเพราะเป็นน้ำใจ การมองข้ามเรื่องนี้ นอกจากไม่เป็นธรรมกับผู้ดูแลแล้ว ยังอาจทำให้ได้คนที่ไม่มีคุณภาพมาทำงานด้วย เพราะคนที่มีทักษะจริงมักเลือกงานที่จ่ายค่าตอบแทนเหมาะสมกว่า

ตกลงเรื่องเวรดึกก่อนเริ่มงานอย่างไร

การตกลงก่อนเริ่มงาน เรื่องคนดูแลผู้สูงอายุอยู่เวรดึก ช่วยป้องกันความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นภายหลังได้มาก

  • ระบุให้ชัดว่าคาดหวังให้ลุกดูตอนกลางคืนบ่อยแค่ไหนโดยเฉลี่ย
  • ตกลงค่าจ้างเวรดึกแยกจากค่าจ้างพื้นฐานให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น
  • ระบุว่าถ้าต้องตื่นทั้งคืนติดต่อกันหลายวัน มีวันพักชดเชยหรือไม่
  • เขียนเงื่อนไขเหล่านี้เป็นลายลักษณ์อักษร กันความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้น

ครอบครัวที่ตกลงเรื่องเวรดึกไว้ชัดเจนตั้งแต่แรก มักไม่ค่อยเจอปัญหาขอขึ้นค่าจ้างกะทันหันหรือคนดูแลลาออกกลางคัน เพราะทั้งสองฝ่ายเข้าใจตรงกันตั้งแต่ต้นว่าใครต้องทำอะไร และได้รับค่าตอบแทนอย่างไร

ผลกระทบถ้าคนดูแลไม่ได้พักผ่อนเพียงพอ

การอยู่เวรดึกต่อเนื่องโดยไม่ได้พักผ่อนเพียงพอ ส่งผลเสียมากกว่าที่คิด ทั้งต่อตัวคนดูแลเองและต่อคุณภาพการดูแลผู้สูงอายุในบ้าน

  • คนดูแลเหนื่อยล้าสะสม เสี่ยงดูแลผิดพลาดโดยไม่ได้ตั้งใจ
  • สุขภาพของคนดูแลเองแย่ลง ถ้าอดนอนต่อเนื่องเป็นเวลานาน
  • งานช่วงกลางวันมีคุณภาพลดลง ถ้าคืนก่อนหน้าไม่ได้นอนเต็มที่
  • ควรมีคนสลับเวรถ้าต้องอยู่เวรดึกบ่อย ไม่ใช่ให้คนเดียวรับภาระทั้งหมด

สรุปแล้ว คนดูแลผู้สูงอายุอยู่เวรดึก ไม่จำเป็นทุกบ้าน แต่ถ้าจำเป็นจริง ควรตกลงค่าจ้างเวรดึกให้ชัดตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน ทั้งความถี่ที่คาดหวัง ค่าจ้างที่แยกจากค่าจ้างพื้นฐาน และวันพักชดเชยถ้าต้องตื่นต่อเนื่องหลายวัน — การพักผ่อนเพียงพอของคนดูแลก็สำคัญไม่แพ้การดูแลผู้สูงอายุให้ปลอดภัย

สัญญาณว่าควรจ้างคนเพิ่มมาสลับเวรดึก

บางสัญญาณบอกได้ว่าถึงเวลาต้องพิจารณาจ้างคนเพิ่มมาช่วยสลับเวรดึกแล้ว

  • คนดูแลบ่นเหนื่อยล้าสะสมต่อเนื่องหลายสัปดาห์
  • ผู้สูงอายุต้องการดูแลตอนกลางคืนบ่อยขึ้นเรื่อยๆ กว่าเดิม
  • งานช่วงกลางวันเริ่มมีคุณภาพลดลงอย่างเห็นได้ชัด
  • งบประมาณของบ้านพอสำหรับจ้างคนเสริมช่วงเวรดึกเพิ่ม

หลายครอบครัวไม่แน่ใจว่าคนดูแลผู้สูงอายุอยู่เวรดึก จำเป็นสำหรับบ้านตัวเองหรือไม่ ก่อนตัดสินใจควรลองสังเกตพฤติกรรมของผู้สูงอายุในบ้านก่อนสักระยะ บันทึกว่าผู้สูงอายุตื่นกลางคืนกี่ครั้งต่อสัปดาห์ในช่วงที่ผ่านมา สังเกตว่าการตื่นกลางคืนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงด้านความปลอดภัยหรือไม่ ลองปรึกษาแพทย์ประจำตัวว่าจำเป็นต้องมีคนเฝ้าดูตอนกลางคืนไหม แล้วเริ่มจากจ้างเวรดึกบางวันก่อน ค่อยปรับตามความจำเป็นจริงที่พบ

ติดต่อเรา|แม่บ้านสุขสวัสดิ์

แม่บ้านสุขสวัสดิ์ ช่วยจัดคนดูแลผู้สูงอายุที่รับเวรดึกได้ พร้อมคำนวณค่าจ้างที่เป็นธรรมตามชั่วโมงทำงานจริง สอบถามทีมงานได้ก่อนตัดสินใจ ใช้เวลาคุยประมาณ 20 ถึง 30 นาที

อ้างอิง

[1] ILO กฎกระทรวงแรงงานทำงานบ้าน 2567 กำหนดชั่วโมงทำงานสูงสุด 8 ชั่วโมงต่อวัน และค่าล่วงเวลาสำหรับชั่วโมงที่ทำงานเกิน|https://www.ilo.org/resource/article/2024-thai-regulations-domestic-work-are-you-following-law

เพิ่มเพื่อนเลยแอดไลน์สอบถาม