ค่าจ้างคนดูแลผู้สูงอายุคิดจากอะไร ทำไมแต่ละบ้านราคาไม่เท่ากัน

โพสต์เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569

หลายบ้านสงสัยว่า ทำไมค่าจ้างคนดูแลผู้สูงอายุ ของแต่ละบ้านถึงไม่เท่ากัน ทั้งที่ดูเหมือนเป็นงานประเภทเดียวกัน คำตอบคือค่าจ้างคนดูแลผู้สูงอายุ ไม่ได้กำหนดจากราคากลางตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งทักษะและประสบการณ์ของผู้ดูแล ความหนักเบาของงาน รูปแบบการจ้าง และพื้นที่ที่บ้านตั้งอยู่ เข้าใจปัจจัยเหล่านี้ก่อน จะช่วยให้ตกลงค่าจ้างได้อย่างเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย

ปัจจัยหลักที่กำหนดค่าจ้าง

ปัจจัย ผลต่อค่าจ้าง ตัวอย่าง
ทักษะและประสบการณ์ ยิ่งสูง ค่าจ้างยิ่งสูงตาม ผู้ช่วยพยาบาลมักได้ค่าจ้างสูงกว่าผู้ดูแลทั่วไป
ความหนักเบาของงาน งานที่ต้องดูแลใกล้ชิดตลอดเวลา ค่าจ้างสูงกว่า ผู้สูงอายุติดเตียงต้องการการดูแลมากกว่าที่ช่วยเหลือตัวเองได้
รูปแบบการจ้าง อยู่ประจำมักคิดเป็นเงินเดือน ไปกลับคิดตามชั่วโมงหรือวัน อยู่ประจำรวมที่พักและอาหาร ไปกลับไม่รวม

นอกจากสามปัจจัยหลักนี้ พื้นที่ที่บ้านตั้งอยู่ก็มีผล เพราะค่าครองชีพในเมืองใหญ่มักสูงกว่าต่างจังหวัด ทำให้ค่าจ้างในเมืองมักสูงกว่าด้วย

ปัจจัยรองที่หลายคนมองข้าม

นอกจากปัจจัยหลัก ยังมีรายละเอียดเล็กๆ ที่ส่งผลต่อค่าจ้างเช่นกัน

  • ภาษาที่สื่อสารได้ ถ้าต้องดูแลผู้สูงอายุที่พูดภาษาอื่นนอกจากไทย อาจมีค่าจ้างเพิ่ม
  • ความเร่งด่วนในการหาคน ถ้าต้องการด่วนมาก อาจต้องจ่ายสูงกว่าปกติ
  • ผ่านบริษัทจัดหาหรือจ้างตรง ผ่านบริษัทมักมีค่าบริการเพิ่มจากค่าจ้างพื้นฐาน
  • จำนวนผู้สูงอายุที่ต้องดูแล ถ้าดูแลมากกว่าหนึ่งคนในบ้านเดียว ค่าจ้างมักปรับเพิ่มตาม

ตกลงค่าจ้างยังไง ให้เป็นธรรมทั้งสองฝ่าย

การตกลงค่าจ้างที่ชัดเจนตั้งแต่ต้น ช่วยลดความขัดแย้งในภายหลังได้มาก

  • ระบุขอบเขตงานให้ชัดเจนก่อนคุยเรื่องราคา เพราะงานที่ต่างกันมีค่าจ้างต่างกัน
  • เปรียบเทียบราคาจากหลายแหล่ง ทั้งบริษัทจัดหาและการจ้างตรง ก่อนตัดสินใจ
  • ระบุในสัญญาว่าค่าจ้างรวมอะไรบ้าง เช่น ที่พัก อาหาร วันหยุด
  • ทบทวนค่าจ้างเป็นระยะ โดยเฉพาะถ้าขอบเขตงานเปลี่ยนไปจากตอนตกลงแรก

ถ้างบจำกัด มีทางเลือกอะไรบ้าง

บ้านที่งบประมาณจำกัด ยังมีทางเลือกที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ โดยไม่ต้องตัดคุณภาพการดูแลทั้งหมด

  • เลือกจ้างไปกลับแทนอยู่ประจำ ถ้าผู้สูงอายุยังปลอดภัยได้เองตอนกลางคืน
  • เลือกผู้ดูแลทั่วไปแทนผู้ช่วยพยาบาล ถ้าไม่มีความต้องการทางการแพทย์ซับซ้อน
  • ให้สมาชิกในบ้านช่วยแบ่งเบาบางส่วน แล้วจ้างคนดูแลเฉพาะช่วงที่จำเป็นจริง
  • สอบถามหน่วยงานรัฐหรือมูลนิธิ ที่อาจมีความช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่ายสำหรับผู้สูงอายุ

ค่าจ้างคนดูแลผู้สูงอายุ ไม่มีราคากลางตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับทักษะและประสบการณ์ ความหนักเบาของงาน รูปแบบการจ้าง และพื้นที่ตั้งบ้าน — เข้าใจปัจจัยเหล่านี้ก่อน ระบุขอบเขตงานให้ชัด แล้วตกลงค่าจ้างที่เป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ถ้างบจำกัด ก็ยังมีทางเลือกปรับให้เหมาะกับความจำเป็นจริงได้

ตัวอย่างเปรียบเทียบสองบ้าน

ลองดูตัวอย่างสองบ้านที่ค่าจ้างต่างกันมาก เพื่อเห็นภาพชัดขึ้นว่าปัจจัยไหนมีผลจริง

  • บ้านแรก จ้างผู้ดูแลทั่วไปแบบไปกลับ ดูแลผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองได้ดี ค่าจ้างจึงอยู่ในระดับกลาง
  • บ้านที่สอง จ้างผู้ช่วยพยาบาลแบบอยู่ประจำ ดูแลผู้สูงอายุติดเตียงที่ต้องดูแลใกล้ชิดตลอดเวลา ค่าจ้างจึงสูงกว่ามาก
  • ความต่างไม่ได้มาจากบริษัทจัดหาเอาเปรียบบ้านใดบ้านหนึ่ง แต่มาจากความต้องการที่ต่างกันจริง
  • เข้าใจตัวอย่างแบบนี้ ช่วยให้ประเมินงบประมาณของบ้านตัวเองได้แม่นยำขึ้น

ติดต่อเรา|แม่บ้านสุขสวัสดิ์

แม่บ้านสุขสวัสดิ์ ให้คำปรึกษาเรื่องค่าจ้างคนดูแลผู้สูงอายุที่เป็นธรรม พร้อมช่วยจับคู่ให้ตรงกับงบประมาณและความต้องการของแต่ละบ้าน สอบถามทีมงานได้ก่อนตัดสินใจ ใช้เวลาคุยประมาณ 20 ถึง 30 นาที

อ้างอิง

[1] ILO กฎกระทรวงแรงงานทำงานบ้าน 2567 ว่าด้วยค่าจ้าง เวลาทำงาน และสิทธิขั้นพื้นฐานของลูกจ้างทำงานบ้าน|https://www.ilo.org/resource/article/2024-thai-regulations-domestic-work-are-you-following-law

เพิ่มเพื่อนเลยแอดไลน์สอบถาม