
เดินเข้าบ้านแล้วได้กลิ่นหอม เป็นความรู้สึกดีที่ทุกบ้านอยากได้ แต่คำถามที่น่าคิดคือ บ้านหอมเพราะสะอาดจริง หรือหอมเพราะน้ำหอมปรับอากาศกลบกลิ่นไว้ สองอย่างนี้ให้ผลลัพธ์ทางจมูกคล้ายกัน แต่ความหมายต่างกันมาก เพราะน้ำหอมกลบกลิ่นได้ชั่วคราว แต่ไม่ได้กำจัดต้นเหตุของกลิ่นอับ ถ้าเข้าใจความต่างนี้ จะรู้ว่าบ้านควรทำความสะอาดเพิ่ม หรือแค่เปลี่ยนวิธีระบายอากาศ
กลิ่นหอมจากความสะอาด กับกลิ่นหอมจากน้ำหอม ต่างกันยังไง
ความต่างหลักอยู่ที่กลิ่นนั้นแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ หรือแค่กลบไว้ชั่วคราว ลองสังเกตตัวเองที่บ้านดูก่อนก็ได้ ว่าเข้าข่ายแบบไหนมากกว่ากัน
- บ้านสะอาดจริง มีกลิ่นจางๆ สดชื่น ไม่ฉุน และไม่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลาของวัน
- บ้านที่ใช้น้ำหอมกลบกลิ่น มักหอมแรงตอนเพิ่งฉีดหรือเสียบปลั๊ก แล้วจางลงเร็ว จนต้องใช้ซ้ำบ่อย
- กลิ่นอับที่แท้จริง มักกลับมาเมื่อกลิ่นน้ำหอมจางลง โดยเฉพาะกลิ่นเก่าที่สะสมในผ้าหรือพรม
- น้ำหอมปรับอากาศบางชนิด ผสมกับกลิ่นอับเดิม กลายเป็นกลิ่นผสมที่แปลกกว่าเดิม
- บ้านสะอาดจริงจะหอมเหมือนกันทุกมุม ส่วนบ้านที่ใช้น้ำหอม มักหอมเฉพาะจุดที่วางเครื่องปรับอากาศ
จุดที่มักเป็นต้นเหตุของกลิ่นอับ ในบ้าน
| จุดในบ้าน | สาเหตุกลิ่นอับ | วิธีแก้ที่ต้นเหตุ |
|---|---|---|
| ตู้เสื้อผ้าและลิ้นชัก | ความชื้นสะสม เสื้อผ้าเก็บไม่แห้งสนิท | เปิดตู้ให้อากาศถ่ายเทเป็นระยะ ใช้ถุงดูดความชื้น |
| พรมและโซฟาผ้า | ฝุ่นและความชื้นสะสมในเนื้อผ้า | ดูดฝุ่นสม่ำเสมอ ตากแดดหรือซักตามรอบ |
| ท่อระบายน้ำในครัวและห้องน้ำ | เศษอาหารหรือคราบสบู่ตกค้าง | ราดน้ำร้อนหรือน้ำยาล้างท่อ ตามรอบที่กำหนด |
| เครื่องปรับอากาศและพัดลม | ฝุ่นและเชื้อราสะสมในแผ่นกรอง | ล้างแผ่นกรองตามรอบที่ผู้ผลิตแนะนำ |
จะเห็นว่าบ้านหอมได้จริงทุกจุดในตาราง เมื่อแก้ด้วยการทำความสะอาดตรงจุด ไม่ใช่การเพิ่มกลิ่นหอมกลบไว้ด้านบน
ทำให้บ้านหอมจากความสะอาดจริง เริ่มยังไง
- เปิดหน้าต่างระบายอากาศทุกเช้า อย่างน้อย 15 ถึง 20 นาที ให้อากาศเก่าออกไป
- ทำความสะอาดจุดที่มักถูกลืม เช่น ใต้เตียง หลังตู้เย็น และขอบพรม ทุกเดือน
- ซักผ้าปูที่นอนและปลอกหมอน ทุก 1 ถึง 2 สัปดาห์ เพราะเป็นจุดสะสมกลิ่นตัวและความชื้น
- ทิ้งขยะทุกวัน ไม่ปล่อยค้างข้ามคืน โดยเฉพาะขยะเปียกในครัว
- ล้างถังขยะด้วยน้ำสบู่ ทุก 1 ถึง 2 สัปดาห์ ไม่ใช่แค่เปลี่ยนถุง
เช็กตัวเองง่ายๆ ว่าบ้านหอมจากความสะอาดจริงหรือไม่
วิธีเช็กง่ายๆ คือลองปิดเครื่องปรับอากาศ หรือหยุดใช้น้ำหอมสักหนึ่งวัน แล้วสังเกตกลิ่นในบ้าน
- ถ้ากลิ่นยังจางสดชื่น แปลว่าความสะอาดของบ้านทำหน้าที่ได้จริง ไม่ต้องพึ่งน้ำหอมตลอดเวลา
- ถ้ากลิ่นอับกลับมาเร็ว ภายในไม่กี่ชั่วโมง แปลว่ามีต้นเหตุกลิ่นอับซ่อนอยู่ ที่ยังไม่ได้แก้
- ลองดมใกล้ๆ จุดสงสัย เช่น ตู้เสื้อผ้าหรือถังขยะ ถ้ากลิ่นแรงกว่าจุดอื่นชัดเจน นั่นคือจุดต้องแก้ก่อน
- ทำแบบนี้ทุก 2 ถึง 3 เดือน เพื่อเช็กว่าบ้านหอมได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องพึ่งน้ำหอมช่วยตลอดเวลา
น้ำหอมปรับอากาศ ยังมีที่ใช้ไหม
น้ำหอมไม่ใช่ตัวร้าย ถ้าใช้ถูกจังหวะ คือใช้เสริมหลังทำความสะอาดแล้ว ไม่ใช่ใช้แทนการทำความสะอาด บ้านที่สะอาดจริงอยู่แล้ว น้ำหอมปริมาณน้อยก็เพียงพอ ไม่ต้องพึ่งกลิ่นแรงเพื่อกลบอะไร
- ใช้ปริมาณน้อย เพื่อเสริมกลิ่นให้สดชื่นขึ้นเล็กน้อย ไม่ใช่ฉีดหนาแน่นจนกลบทุกกลิ่น
- เลือกกลิ่นอ่อนโยน ถ้าบ้านมีเด็กเล็กหรือคนเป็นภูมิแพ้ทางเดินหายใจ
- วางเครื่องปรับอากาศในจุดที่มีลมผ่าน ไม่ใช่มุมอับที่อากาศไม่หมุนเวียน
- สังเกตตัวเอง ถ้าต้องเพิ่มปริมาณน้ำหอมเรื่อยๆ เพื่อให้ได้กลิ่นเท่าเดิม แปลว่ากลิ่นอับต้นตอ ยังไม่ได้ถูกแก้
ข้อผิดพลาดที่ทำให้บ้านหอมได้ไม่นาน
หลายบ้านทำความสะอาดสม่ำเสมออยู่แล้ว แต่ยังมีกลิ่นอับ เพราะพลาดจุดเล็กๆ เหล่านี้
- ทำความสะอาดแต่จุดที่เห็นชัด แต่ลืมจุดซ่อน เช่น หลังตู้เย็นหรือใต้เตียง
- ใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาดผืนเดิม หลายจุดต่อกัน โดยไม่ซักหรือเปลี่ยนบ่อยพอ
- ปิดหน้าต่างตลอดเวลา เพราะกลัวฝุ่นเข้า ทั้งที่อากาศไม่ถ่ายเทเลย
- ใช้น้ำหอมกลิ่นแรงกลบ แทนที่จะหาต้นเหตุกลิ่นอับก่อน
บ้านหอมเพราะสะอาดจริง ต่างจากบ้านหอมเพราะน้ำหอมปรับอากาศ ตรงที่กลิ่นสะอาดแก้ที่ต้นเหตุ ส่วนน้ำหอมแค่กลบไว้ชั่วคราว — ทำความสะอาดจุดสะสมกลิ่นอับอย่างตู้เสื้อผ้า พรม ท่อระบายน้ำ และแผ่นกรองแอร์ให้สม่ำเสมอ ระบายอากาศทุกวัน แล้วค่อยใช้น้ำหอมเสริมเบาๆ บ้านจะหอมได้จริงจากความสะอาด ไม่ใช่แค่กลิ่นกลบ
ติดต่อเรา|แม่บ้านสุขสวัสดิ์
แม่บ้านสุขสวัสดิ์ ให้บริการแม่บ้านที่เข้าใจการทำความสะอาดต้นเหตุกลิ่นอับ ไม่ใช่แค่ฉีดน้ำหอมกลบ ดูแลจุดที่มักถูกลืมอย่างตู้เสื้อผ้า พรม และท่อระบายน้ำ ให้บ้านหอมได้จากความสะอาดจริง สอบถามทีมงานได้ก่อนเริ่มจ้าง ใช้เวลาคุยประมาณ 15 ถึง 25 นาที
- โทร:02-118-3737 / 082-333-7070
- Line:@maid2015
- เว็บ:https://www.แม่บ้านสุขสวัสดิ์.com
- เฟซบุ๊ก:https://www.facebook.com/maidbangkok/
อ้างอิง
[1] MedlinePlus แนวทางทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ และสุขอนามัยภายในบ้าน|https://medlineplus.gov/cleaningdisinfectingandsanitizing.html


