
พี่เลี้ยงเด็กคนหนึ่งเจอเด็กทารกอายุ 6 เดือนที่ยังกินนมขวดอยู่ทั้งวัน ทั้งนมแม่ปั๊มและนมผงชง วันละ 4 ถึง 5 มื้อ พี่เลี้ยงเด็กที่ไม่เคยดูแลเด็กกินนมขวดมาก่อนอาจไม่รู้ว่าต้องเตรียมอะไรก่อนรับงาน ตั้งแต่สูตรนมที่ใช้ ปริมาณต่อมื้อ ไปจนถึงวิธีชงและทำความสะอาดขวดที่ถูกต้องตามหลักความปลอดภัย
เรื่องสูตรนมและปริมาณที่ต้องรู้ก่อนรับงาน
สูตรนมและปริมาณที่เหมาะสมแตกต่างกันตามอายุเด็กและความต้องการของแต่ละบ้าน พี่เลี้ยงเด็กต้องรู้รายละเอียดเหล่านี้ให้ชัดก่อนวันแรกที่รับงาน เพราะการชงผิดสูตรหรือผิดปริมาณกระทบสุขภาพเด็กได้โดยตรง
- ใช้นมแม่ปั๊มเก็บหรือนมผงสูตรใด ยี่ห้อไหน พ่อแม่กำหนดไว้อย่างไร ต้องเตรียมขวดสำรองกี่ขวด
- ปริมาณต่อมื้ออยู่ที่เท่าไหร่ โดยทั่วไปเด็กอายุ 4 ถึง 6 เดือนกินประมาณ 120 ถึง 180 มิลลิลิตรต่อมื้อ
- ให้นมกี่มื้อต่อวัน และเว้นระยะห่างระหว่างมื้อ 3 ถึง 4 ชั่วโมง
- มีนมสำรองเก็บไว้ในตู้เย็นหรือไม่ เก็บได้นาน 24 ถึง 48 ชั่วโมงก่อนต้องทิ้ง
- แพ้นมหรือมีข้อจำกัดอาหารที่ต้องระวังหรือไม่
- ต้องทำความสะอาดขวดนมด้วยวิธีเฉพาะหรือน้ำยาที่บ้านกำหนดหรือไม่
- เก็บนมไว้ที่ชั้นไหนของตู้เย็น เช่น ชั้น 1 ถึง 2 หรือชั้น 3 ถึง 4 แยกจากอาหารอื่นอย่างไร
วิธีชงนมและทำความสะอาดขวดที่ถูกต้อง
| ขั้นตอน | รายละเอียด | เวลาที่ใช้ | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| ล้างมือก่อนชงนมทุกครั้ง | ล้างด้วยสบู่อย่างน้อย 20 วินาที | 1 นาที | ไม่ข้ามขั้นตอนนี้แม้เร่งรีบ |
| ต้มน้ำให้ร้อนจัดอย่างน้อย 70 องศา | น้ำร้อนจัดฆ่าเชื้อที่อาจปนในนมผงได้ | 3 ถึง 5 นาที | น้ำอุ่นไม่พอฆ่าเชื้อ ห้ามใช้น้ำอุ่นแทนน้ำร้อนจัด |
| เทน้ำร้อนจัดชงนมผงทันทีตามอัตราส่วนบนกระป๋อง | ไม่เติมนมผงเพิ่มหรือลดเอง | 2 ถึง 3 นาที | อัตราส่วนผิดกระทบการย่อยของเด็ก |
| ปล่อยให้ขวดนมเย็นลงก่อนให้เด็กกิน | แช่ขวดในน้ำเย็นหรือน้ำแข็งจากภายนอกขวด | 5 ถึง 10 นาที | ห้ามให้เด็กกินขณะนมยังร้อนจัด |
| ทดสอบอุณหภูมินมก่อนให้เด็กกิน | หยดบนข้อมือ ควรอุ่นพอดีไม่ร้อน | 30 วินาที | นมร้อนเกินไปทำให้ปากลวก |
| ทำความสะอาดขวดนมและฆ่าเชื้อหลังใช้ทุกครั้ง | ล้างด้วยแปรงขวดแล้วต้มหรือนึ่ง 5 ถึง 10 นาที | 10 ถึง 15 นาที | ขวดไม่สะอาดเสี่ยงเด็กท้องเสีย |
สัญญาณที่ต้องสังเกตระหว่างให้นม
- เด็กดูดนมช้าลงหรือหยุดดูดกลางมื้อทั้งที่ปกติกินหมดขวดภายใน 15 ถึง 20 นาที
- สำรอกหรืออาเจียนหลังกินนมบ่อยกว่าปกติ เกิน 2 ถึง 3 ครั้งต่อวัน
- ท้องอืดหรือร้องงอแงผิดปกติหลังกินนมภายใน 30 ถึง 60 นาที
- ผื่นขึ้นหรือมีอาการแพ้หลังเปลี่ยนสูตรนมภายใน 1 ถึง 2 วัน
- ปัสสาวะน้อยกว่าปกติหรือผ้าอ้อมไม่เปียกตามเกณฑ์ใน 1 วัน
- กินนมน้อยลงกว่าปริมาณปกติต่อเนื่องเกิน 2 ถึง 3 มื้อ
- ไข้หรือซึมผิดปกติร่วมกับกินนมน้อยลง ควรแจ้งพ่อแม่ทันที
สิ่งที่ควรถามพ่อแม่ก่อนรับงาน
การถามให้ชัดก่อนวันแรกช่วยลดความผิดพลาดเรื่องนมขวดที่แก้ยากภายหลัง ใช้เวลาคุยเพียง 15 ถึง 20 นาทีก่อนเริ่มงานจริงก็เพียงพอ
- ใช้นมแม่ปั๊มหรือนมผง ถ้าใช้ทั้งสองแบบสลับกันอย่างไร
- มีตารางเวลาให้นมที่ต้องทำตามหรือปรับตามเด็กร้องขอได้ ห่างกันกี่ชั่วโมง
- ถ้าเด็กไม่กินนมตามปริมาณที่กำหนด ต้องทำอย่างไรภายใน 30 นาที
- มีอาการแพ้หรือปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวกับนมมาก่อนหรือไม่
- ต้องการให้บันทึกปริมาณและเวลาที่ให้นมทุกมื้อหรือไม่
- ใครเป็นคนเตรียมนมสำรองแต่ละวัน พี่เลี้ยงเด็กหรือพ่อแม่
- มีแผนเปลี่ยนสูตรนมหรือลดมื้อนมในช่วง 1 ถึง 2 เดือนข้างหน้าหรือไม่
ตารางเวลาการให้นมตามช่วงอายุที่ควรรู้
ตารางเวลาให้นมเปลี่ยนไปตามอายุเด็ก พี่เลี้ยงเด็กที่รู้ช่วงเวลาคร่าวๆ ก่อนรับงานจะเตรียมตัวได้ดีกว่า
- เด็กแรกเกิดถึง 1 เดือน — ให้นมทุก 2 ถึง 3 ชั่วโมง ครั้งละ 60 ถึง 90 มิลลิลิตร
- เด็กอายุ 2 ถึง 3 เดือน — ให้นมทุก 3 ถึง 4 ชั่วโมง ครั้งละ 90 ถึง 120 มิลลิลิตร
- เด็กอายุ 4 ถึง 6 เดือน — ให้นมทุก 4 ถึง 5 ชั่วโมง ครั้งละ 120 ถึง 180 มิลลิลิตร
- เด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไป — ลดมื้อนมลงเหลือ 4 ถึง 5 มื้อต่อวัน เมื่อเริ่มกินอาหารเสริม
- ทุกช่วงอายุ — ปรับตารางตามที่พ่อแม่กำหนดไว้เป็นหลัก ตัวเลขข้างต้นเป็นเพียงแนวทางคร่าวๆ
ความแตกต่างระหว่างนมแม่ปั๊มกับนมผงที่ควรรู้
บ้านที่ใช้นมแม่ปั๊มและนมผงมีขั้นตอนดูแลต่างกันเล็กน้อย พี่เลี้ยงเด็กที่รู้ความแตกต่างนี้ล่วงหน้าจะทำงานได้ราบรื่นกว่า
- นมแม่ปั๊มแช่แข็งเก็บได้นานถึง 6 เดือน แต่แช่เย็นธรรมดาเก็บได้เพียง 3 ถึง 5 วัน
- นมแม่ปั๊มที่ละลายแล้วต้องใช้ให้หมดภายใน 24 ชั่วโมง ห้ามแช่แข็งซ้ำ
- นมผงต้องชงใหม่ทุกมื้อ ห้ามเก็บนมผงที่ชงแล้วไว้ใช้มื้อถัดไป
- อุ่นนมแม่ปั๊มด้วยการแช่ในน้ำอุ่น ห้ามใช้ไมโครเวฟเพราะทำลายสารอาหารและอุ่นไม่สม่ำเสมอ
- ติดวันที่และเวลาบนขวดนมแม่ปั๊มทุกขวดก่อนแช่ ใช้ขวดที่เก่ากว่าก่อน เรียงตามลำดับ 1 ถึง 7 วันที่แช่ไว้
อุปกรณ์ที่ควรเตรียมให้พร้อมก่อนวันแรก
อุปกรณ์ที่ไม่พร้อมทำให้เสียเวลาชงนมนานขึ้นและเสี่ยงความสะอาดน้อยลง ควรตรวจสอบให้ครบก่อนวันแรกที่รับงาน พี่เลี้ยงเด็กที่เตรียมพร้อมล่วงหน้าจะทำงานได้ราบรื่นกว่ามาก
- ขวดนมสำรองอย่างน้อย 4 ถึง 6 ขวด สำหรับสลับใช้ระหว่างล้างและฆ่าเชื้อ
- แปรงล้างขวดและแปรงล้างจุกนมแยกจากแปรงล้างจานทั่วไป
- เครื่องนึ่งหรือหม้อต้มฆ่าเชื้อขวดนมที่ใช้งานได้จริง
- เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมินมหรือน้ำ ถ้าบ้านมีให้ใช้
- ที่เก็บนมในตู้เย็นแยกชั้นจากอาหารอื่นเพื่อลดการปนเปื้อน
- ผ้าเช็ดปากและผ้ากันเปื้อนสำรองอย่างน้อย 3 ถึง 4 ผืนต่อวัน
จุดพลาดที่พบบ่อยเรื่องนมขวดของพี่เลี้ยงเด็ก
- ชงนมผิดอัตราส่วนเพราะเร่งรีบ ไม่ได้ตวงตามที่ระบุบนกระป๋อง
- ไม่ทดสอบอุณหภูมินมก่อนให้เด็กกิน เสี่ยงปากลวกภายในไม่กี่วินาที
- ทำความสะอาดขวดนมไม่ทั่วถึงหรือไม่ได้ฆ่าเชื้อซ้ำทุกครั้ง
- เก็บนมที่ชงแล้วไว้นานเกิน 1 ถึง 2 ชั่วโมงในอุณหภูมิห้อง
- ไม่แจ้งพ่อแม่เมื่อเด็กมีสัญญาณผิดปกติหลังกินนมภายใน 1 วัน
- ใช้ขวดนมหรือจุกนมที่ชำรุดโดยไม่เปลี่ยนใหม่
การเปลี่ยนจากนมขวดไปสู่การกินอาหารเสริม
เด็กบางบ้านอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากนมขวดไปสู่การกินอาหารเสริม พี่เลี้ยงเด็กควรรู้ล่วงหน้าว่าบ้านนั้นอยู่ในช่วงไหน
- เด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไปเริ่มกินอาหารเสริมควบคู่กับนมขวด ลดมื้อนมลงทีละน้อย
- สังเกตอาการแพ้อาหารใหม่ภายใน 2 ถึง 3 วันหลังลองครั้งแรก
- ยังต้องให้นมขวดเป็นหลักจนถึงอายุ 1 ปี อาหารเสริมเป็นส่วนเสริมเท่านั้น
- ถามพ่อแม่ว่าเด็กลองอาหารชนิดใดไปแล้วบ้าง เพื่อไม่ให้ซ้ำหรือลืมเมนูที่แพ้
- เริ่มอาหารใหม่ทีละชนิด เว้นระยะ 2 ถึง 3 วันก่อนลองชนิดถัดไป
- บันทึกเมนูและปฏิกิริยาของเด็กทุกครั้งที่ลองอาหารใหม่ ส่งให้พ่อแม่ดูทุกสัปดาห์
พี่เลี้ยงเด็กที่รับงานบ้านมีเด็กกินนมขวดต้องรู้สูตรนม ปริมาณต่อมื้อ วิธีชงที่ถูกอัตราส่วน และวิธีทำความสะอาดขวดให้สะอาดจริงก่อนวันแรก — พร้อมสังเกตสัญญาณผิดปกติและถามพ่อแม่ให้ชัดตั้งแต่ต้นเพื่อลดความผิดพลาด
ติดต่อเรา|แม่บ้านสุขสวัสดิ์
แม่บ้านสุขสวัสดิ์ ให้บริการพี่เลี้ยงเด็กที่เข้าใจเรื่องนมขวดและความปลอดภัยในการชงนมให้ทารก — สอบถามก่อนรับงานได้ว่าบ้านใช้สูตรนมแบบไหนและมีตารางเวลาอย่างไร เพื่อเตรียมตัวได้ตั้งแต่วันแรก ใช้เวลาคุยประมาณ 15 ถึง 25 นาที ทบทวนตารางการให้นมทุก 1 ถึง 2 สัปดาห์ และปรับตามพัฒนาการเด็กทุก 1 ถึง 2 เดือน
- โทร:02-118-3737 / 082-333-7070
- Line:@maid2015
- เว็บ:https://www.แม่บ้านสุขสวัสดิ์.com
- เฟซบุ๊ก:https://www.facebook.com/maidbangkok/
อ้างอิง
[1] CDC สหรัฐ วิธีเตรียมและเก็บนมผงสำหรับทารกอย่างปลอดภัย|https://www.cdc.gov/infant-toddler-nutrition/formula-feeding/infant-formula-preparation-and-storage.html
[2] WHO/FAO แนวทางการเตรียมและเก็บนมผงสำหรับทารกอย่างปลอดภัย|https://www.who.int/publications/i/item/9789241595414


