
พ่อแม่หลายคนสงสัยว่าพี่เลี้ยงเด็กควรตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานไหม และถ้าควร ต้องตรวจอะไรบ้าง คำถามนี้ไม่ใช่เรื่องรังเกียจคนทำงาน แต่เป็นมาตรฐานที่สมเหตุสมผลเมื่อต้องอยู่ใกล้ชิดเด็กเล็กทุกวัน เหมือนการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานในอาชีพอื่นที่ใกล้ชิดกลุ่มเสี่ยง
รายการตรวจสุขภาพพื้นฐานที่สมเหตุสมผล
| รายการตรวจ | ตรวจอะไร | ทำไมสำคัญ | ความถี่ที่แนะนำ |
|---|---|---|---|
| ตรวจร่างกายทั่วไป | ความดัน ชีพจร น้ำหนัก สุขภาพพื้นฐาน ใช้เวลา 15 ถึง 20 นาที | ยืนยันสภาพร่างกายพร้อมทำงานที่ต้องยกอุ้มเด็ก | ก่อนเริ่มงาน และทุกปี |
| เอกซเรย์ปอด | ตรวจหาวัณโรคหรือความผิดปกติของปอด ใช้เวลา 5 ถึง 10 นาที | วัณโรคติดต่อผ่านการไอจามใกล้ชิดเด็กได้ง่าย | ก่อนเริ่มงาน และทุก 1 ถึง 2 ปี |
| ตรวจโรคผิวหนังติดต่อ | เชื้อรา หิด หรือโรคผิวหนังที่สัมผัสแล้วติดต่อได้ ใช้เวลา 5 ถึง 10 นาที | เด็กเล็กสัมผัสใกล้ชิดผิวหนังพี่เลี้ยงตลอดวัน | ก่อนเริ่มงาน |
| ตรวจไวรัสตับอักเสบเอ | เชื้อที่ติดต่อผ่านมือเปื้อนเมื่อเตรียมอาหารหรือนม ใช้เวลารอผล 1 ถึง 3 วัน | พี่เลี้ยงเด็กมักเป็นคนเตรียมอาหารและนมให้เด็ก | ก่อนเริ่มงาน |
| ตรวจสารเสพติดเบื้องต้น | สารเสพติดที่กระทบการตัดสินใจขณะดูแลเด็ก ใช้เวลารอผล 5 ถึง 15 นาที | ความปลอดภัยของเด็กขณะอยู่ในความดูแล | ก่อนเริ่มงาน |
ทำไมควรตรวจก่อนเริ่มงาน ไม่ใช่การรังเกียจ
การขอผลตรวจสุขภาพเป็นมาตรฐานทั่วไปในงานที่ใกล้ชิดกลุ่มเปราะบาง ไม่ใช่การตั้งข้อสงสัยเฉพาะบุคคล
- เด็กเล็กมีภูมิต้านทานต่ำกว่าผู้ใหญ่ ติดเชื้อจากคนใกล้ชิดได้ง่ายกว่า โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 2 ถึง 3 ปี ป่วยหนักได้ภายใน 1 ถึง 2 วัน
- การตรวจก่อนเริ่มงานคุ้มครองทั้งเด็กและพี่เลี้ยงเองจากการถูกกล่าวหาที่ไม่เป็นธรรมภายหลัง
- เป็นมาตรฐานเดียวกับที่ใช้ในสถานรับเลี้ยงเด็กหรือโรงเรียนอนุบาลทั่วไป ที่มักตรวจทุก 6 ถึง 12 เดือน
- ควรอธิบายเหตุผลนี้ให้ชัดตั้งแต่ต้น ไม่ใช่แค่ขอโดยไม่บอกที่มา ใช้เวลาอธิบายเพียง 5 ถึง 10 นาที
ใครควรเป็นคนจ่ายค่าตรวจสุขภาพ
คำถามว่าใครจ่ายค่าตรวจไม่มีกฎตายตัว แต่มีแนวทางที่เป็นธรรมทั้งสองฝ่ายให้พิจารณา
- ถ้าเป็นการตรวจครั้งแรกก่อนตกลงจ้างงาน เจ้าของบ้านมักเป็นฝ่ายออกค่าใช้จ่ายเพราะเป็นเงื่อนไขที่ตั้งขึ้นเอง
- ถ้าพี่เลี้ยงเด็กมีผลตรวจสุขภาพประจำปีอยู่แล้วภายใน 6 ถึง 12 เดือนที่ผ่านมา ใช้ผลเดิมได้โดยไม่ต้องตรวจซ้ำ
- การตรวจซ้ำทุกปีหลังเริ่มงานแล้ว อาจแบ่งจ่ายคนละครึ่งหรือรวมในสวัสดิการประจำปี
- ควรตกลงเรื่องนี้ให้ชัดก่อนเริ่มงาน ไม่ใช่มาถกกันหลังผลตรวจออกแล้ว
วิธีขอผลตรวจสุขภาพอย่างสุภาพ
วิธีขอผลตรวจสุขภาพที่ดีช่วยให้พี่เลี้ยงเด็กไม่รู้สึกถูกตั้งข้อสงสัย และยังได้ข้อมูลที่ต้องการครบ
- อธิบายเหตุผลก่อนขอเสมอ เช่น เพื่อความปลอดภัยของลูกที่ภูมิต้านทานยังน้อย
- เสนอออกค่าตรวจสุขภาพให้ก่อน แสดงความจริงใจว่าไม่ได้ผลักภาระ
- ให้เวลาเตรียมตัวไปตรวจ 3 ถึง 5 วันก่อนวันเริ่มงานจริง
- ขอเฉพาะรายการที่จำเป็นจริง ไม่ขอเกินความจำเป็นจนดูเหมือนสอบสวน
- เก็บผลตรวจเป็นความลับ ไม่นำไปพูดคุยกับคนอื่นโดยไม่จำเป็น
- เสนอทางเลือกสถานที่ตรวจให้ 2 ถึง 3 แห่ง ให้พี่เลี้ยงเด็กเลือกที่สะดวก
ค่าใช้จ่ายโดยประมาณของการตรวจแต่ละรายการ
ค่าใช้จ่ายจริงแตกต่างตามโรงพยาบาลหรือคลินิก แต่มีช่วงราคาโดยประมาณให้เตรียมงบไว้ล่วงหน้า
- ตรวจร่างกายทั่วไป — ประมาณ 300 ถึง 800 บาทต่อครั้ง ใช้เวลารวม 20 ถึง 30 นาที
- เอกซเรย์ปอด — ประมาณ 300 ถึง 600 บาทต่อครั้ง รู้ผลใน 10 ถึง 15 นาที
- ตรวจโรคผิวหนังติดต่อ — ประมาณ 200 ถึง 500 บาทต่อครั้ง ใช้เวลาดู 5 ถึง 10 นาที
- ตรวจไวรัสตับอักเสบเอ — ประมาณ 500 ถึง 1000 บาทต่อครั้ง รอผล 1 ถึง 2 วัน
- ตรวจสารเสพติดเบื้องต้น — ประมาณ 200 ถึง 400 บาทต่อครั้ง
- รวมทั้งชุดโดยประมาณ 1500 ถึง 3300 บาทต่อครั้งแรก
ทางเลือกสถานที่ตรวจสุขภาพที่เข้าถึงได้
สถานที่ตรวจมีหลายระดับราคาและความสะดวก เลือกตามงบประมาณและความเร่งด่วนได้
- โรงพยาบาลรัฐ — ราคาประหยัดที่สุด ประมาณ 800 ถึง 1500 บาทต่อชุด แต่รอคิวนาน 2 ถึง 4 ชั่วโมง
- โรงพยาบาลเอกชนขนาดกลาง — ราคาปานกลาง 1500 ถึง 2500 บาทต่อชุด รอคิว 30 ถึง 60 นาที
- คลินิกตรวจสุขภาพเฉพาะทาง — ราคาสูงกว่า 2500 ถึง 3500 บาทต่อชุด แต่รู้ผลเร็วภายใน 1 ถึง 2 วัน
- ศูนย์บริการสาธารณสุขใกล้บ้าน — ราคาประหยัด 500 ถึง 1000 บาทต่อชุด เหมาะกับรายการตรวจพื้นฐาน
- นัดหมายล่วงหน้าออนไลน์ — ลดเวลารอคิวเหลือ 15 ถึง 30 นาทีในหลายโรงพยาบาล
จุดพลาดที่พบบ่อยเรื่องการตรวจสุขภาพพี่เลี้ยงเด็ก
- ขอผลตรวจแบบกะทันหันในวันเริ่มงานโดยไม่แจ้งล่วงหน้า
- ขอรายการตรวจที่มากเกินความจำเป็นจนพี่เลี้ยงรู้สึกไม่ได้รับความเชื่อใจ
- ไม่จ่ายหรือช่วยจ่ายค่าตรวจทั้งที่เป็นเงื่อนไขที่เจ้าของบ้านตั้งเอง
- ไม่ตกลงเรื่องความถี่ในการตรวจซ้ำ ทำให้เกิดความสับสนในปีถัดไป
- เปิดเผยผลตรวจให้คนอื่นรู้โดยไม่ได้รับอนุญาต
- ไม่เผื่อเวลาให้พี่เลี้ยงไปตรวจ ทำให้ต้องลัดขั้นตอนบางรายการ
- เลือกสถานที่ตรวจที่ไกลเกินไป ทำให้เสียเวลาเดินทางเกิน 1 ถึง 2 ชั่วโมง
สิ่งที่ควรถามก่อนตกลงเรื่องตรวจสุขภาพ
การตกลงรายละเอียดล่วงหน้าช่วยให้ทั้งสองฝ่ายสบายใจตั้งแต่วันแรก
- มีผลตรวจสุขภาพภายใน 6 ถึง 12 เดือนที่ผ่านมาอยู่แล้วหรือไม่ ขอดูสำเนาได้ไหม
- สะดวกไปตรวจที่โรงพยาบาลหรือคลินิกที่เจ้าของบ้านแนะนำหรือไม่ ใช้เวลาเดินทาง 20 ถึง 40 นาที
- ต้องการให้ช่วยออกค่าตรวจทั้งหมดหรือบางส่วน ภายในงบประมาณ 1500 ถึง 3300 บาท
- มีเงื่อนไขสุขภาพที่ควรแจ้งให้ทราบล่วงหน้าหรือไม่
- สะดวกไปตรวจภายใน 3 ถึง 5 วันก่อนเริ่มงานหรือไม่
ความถี่ในการตรวจซ้ำหลังเริ่มงานแล้ว
การตรวจครั้งแรกไม่ใช่ครั้งเดียวจบ ควรมีรอบตรวจซ้ำที่ชัดเจนหลังเริ่มงาน
- ตรวจร่างกายทั่วไปซ้ำทุก 12 เดือน ใช้เวลา 15 ถึง 20 นาทีเท่าครั้งแรก
- เอกซเรย์ปอดซ้ำทุก 1 ถึง 2 ปี ถ้าไม่มีอาการผิดปกติ
- ตรวจโรคผิวหนังติดต่อทันทีถ้ามีอาการสงสัยใน 1 ถึง 2 สัปดาห์
- ตรวจไวรัสตับอักเสบเอซ้ำตามคำแนะนำแพทย์ ปกติไม่ต้องตรวจซ้ำถ้าเคยได้ผลลบชัดเจน
- บันทึกวันตรวจล่าสุดไว้ในสัญญาจ้าง เพื่อนัดตรวจซ้ำได้ตรงเวลาทุกครั้ง
พี่เลี้ยงเด็กควรตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานเพื่อความปลอดภัยของเด็ก ไม่ใช่การรังเกียจ — ตรวจร่างกายทั่วไป เอกซเรย์ปอด โรคผิวหนังติดต่อ และไวรัสตับอักเสบเอเป็นรายการพื้นฐานที่สมเหตุสมผล เจ้าของบ้านควรเป็นฝ่ายออกค่าตรวจครั้งแรกและขอผลตรวจอย่างสุภาพพร้อมอธิบายเหตุผลเสมอ
ติดต่อเรา|แม่บ้านสุขสวัสดิ์
แม่บ้านสุขสวัสดิ์ ให้บริการพี่เลี้ยงเด็กที่มีผลตรวจสุขภาพครบตามมาตรฐานก่อนเริ่มงานทุกครั้ง — สอบถามรายละเอียดผลตรวจก่อนรับงานได้ตามความสบายใจของครอบครัว ใช้เวลาคุยประมาณ 15 ถึง 25 นาที ทบทวนผลตรวจสุขภาพทุก 6 ถึง 12 เดือน และแจ้งอัปเดตทันทีหากมีการเปลี่ยนแปลง
- โทร:02-118-3737 / 082-333-7070
- Line:@maid2015
- เว็บ:https://www.แม่บ้านสุขสวัสดิ์.com
- เฟซบุ๊ก:https://www.facebook.com/maidbangkok/
อ้างอิง
[1] CDC สหรัฐ การตรวจคัดกรองวัณโรค|https://www.cdc.gov/tb/testing/index.html
[2] CDC สหรัฐ ไวรัสตับอักเสบเอและวัคซีนป้องกัน|https://www.cdc.gov/hepatitis/hav/index.html


