
ภาพคลาสสิกของบ้านที่มีเด็กเล็ก คือนมผงหมดกระป๋องตอนสี่ทุ่ม พ่อ ต้องขับรถ วนหาร้านสะดวก ซื้อที่มีสูตรเดียวกับที่ลูกกิน ส่วนแม่กับพี่เลี้ยงเด็ก ต่างคนต่างคิดว่า อีกฝ่ายรู้ แล้วว่าของใกล้หมด เรื่องแบบนี้ไม่ใช่ความผิดของใครคนเดียว แต่เป็นสัญญาณว่า บ้านยังไม่มีข้อ ตกลงชัดๆ ว่าของใช้เด็กแต่ละอย่าง ใครเช็ก ใครแจ้ง และใครซื้อ บทความนี้ชวน วางระบบง่ายๆที่ทำได้ ตั้งแต่วันนี้ โดยไม่ต้องมีแอปพิเศษ อะไรเลย ใช้ได้ทั้งบ้านที่มีพี่เลี้ยงประจำ และบ้านที่ญาติ ผลัดกัน ช่วยดูแล
ทำไมเรื่องของหมด ถึงพังบ่อยกว่าที่คิด
ของใช้เด็กหมดเร็วกว่าของผู้ใหญ่มาก และอัตราการ ใช้ก็เปลี่ยน ตามวัยตลอด เด็กโตขึ้นหนึ่งช่วงวัย ปริมาณนมผงต่อมื้อ และจำนวนผ้าอ้อมต่อวันก็เปลี่ยน ตามที่สำคัญ คน ใช้ของกับคน ซื้อของ มักเป็นคนละคน พี่เลี้ยงเด็กเป็นคนหยิบ ใช้ทุกวัน จึงเห็น ก่อนใครว่าของเหลือเท่าไหร่ แต่คนจ่ายเงิน และกดสั่ง ซื้อ คือพ่อแม่ ถ้าไม่มีจุด ส่งต่อข้อมูลที่ชัด ระหว่างสองคนนี้ของก็จะหมดแบบไม่มีใครรู้ตัว ซ้ำ แล้วซ้ำอีก บางบ้านแก้ด้วยการ ซื้อตุน ทีละมากๆ เพื่อความอุ่นใจ แต่ลืมดูวันหมดอายุ กลายเป็นของเสีย ก่อนได้ ใช้ก็มี
แบ่งหน้าที่ให้ชัด ใครเช็ก ใครแจ้ง ใครซื้อ
1. คน เช็ก คือพี่เลี้ยงเด็ก เพราะเป็นคนหยิบ ใช้ของทุกวันให้เช็กระดับของเหลือ ตอนจัดของช่วงเช้า วันละครั้ง ใช้เวลาไม่เกิน 2 ถึง 3 นาที เช็กแค่สามหมวดหลัก คือนม ผ้าอ้อม และของใช้ประจำวันที่เหลือดูสัปดาห์ละครั้งก็พอ
2. คน แจ้งก็ คือพี่เลี้ยงคนเดิม แจ้ง ทันทีที่ของแตะจุดแจ้งเตือนขั้นต่ำไม่ต้องรอให้ถูกถาม และไม่ต้องกลัวว่าจะดูจู้จี้เกินไป เพราะการ แจ้งเร็ว คือหน้าที่ไม่ใช่การรบกวน ฝั่งพ่อแม่ ช่วยได้ด้วยการขอบคุณ เมื่อได้รับแจ้ง ระบบจะอยู่ได้ยาว กว่าการตำหนิ เมื่อแจ้งช้า
3. คน ซื้อ คือพ่อแม่ หรือคนที่ ตกลงกันไว้ พร้อม แจ้งกลับในช่องทางเดียวกัน ว่าสั่ง แล้วของจะมาถึงวันไหน เพื่อไม่ให้พี่เลี้ยง แจ้งซ้ำ หรือเข้าใจว่า ข้อความหาย
หัวใจของสามข้อนี้ คือทุกขั้นมีเจ้าของชัดเจน และมีการตอบกลับครบวงไม่ใช่แจ้ง แล้วเงียบ จนไม่รู้ว่า เรื่องถึงไหนแล้ว ถ้าบ้านไหนมีแม่บ้าน ช่วย ซื้อของเข้าบ้านอยู่ แล้วจะมอบขั้นตอน ซื้อให้แม่บ้านก็ได้ขอแค่คน แจ้งกับคนซื้อ เห็นข้อความชุดเดียวกัน
กำหนดจุดแจ้งเตือนขั้นต่ำ ของแต่ละอย่าง
จุดแจ้งเตือนที่ดี ต้องเผื่อเวลา สั่งซื้อ บวกเวลา ส่งของไม่ใช่ แจ้งตอนเหลือชิ้นสุดท้าย ตัวเลขด้านล่างนี้เป็นจุดตั้งต้นให้แต่ละบ้าน ปรับ ตามรอบการ ใช้จริงของตัวเอง
- นมผง แจ้ง เมื่อเหลือ 1 กระป๋องเต็ม เพราะบางสูตรหา ซื้อหน้าร้านยาก ต้องรอส่ง 2 ถึง 4 วัน
- ผ้าอ้อม แจ้ง เมื่อเหลือ ประมาณครึ่งห่อ หรือพอ ใช้ได้อีก 3 ถึง 5 วัน
- ทิชชูเปียก และสำลี แจ้ง เมื่อเหลือห่อสุดท้ายที่ยังไม่ เปิดใช้ เพราะของพวกนี้ หมดเร็ว แบบไม่ทันสังเกต
- ยาสามัญของเด็ก เช่น ยาลดไข้ เจลทาผื่น แจ้ง ทันทีที่ เปิดขวดสุดท้าย หรือใกล้วันหมดอายุ 1 ถึง 2 เดือน และเก็บใบกำกับยา ไว้ด้วยกัน ทุกครั้ง
- ของที่เด็ก ใช้เฉพาะ เช่น แผ่นรองซับ หรือถุง เก็บน้ำนม กำหนดขั้นต่ำร่วมกัน ตามรอบการ ใช้จริงของบ้าน
- ของใช้ ตามฤดู เช่น โลชั่นกันยุง ช่วงหน้าฝนให้เพิ่มเข้าลิสต์ เฉพาะช่วงที่ใช้ แล้วถอดออก เมื่อหมดฤดู
ลิสต์ของห้ามขาดประจำบ้าน ติดไว้ให้เห็น
ทำลิสต์ของห้ามขาดหนึ่งแผ่น ติดคู่กับจุด เก็บของใช้เด็ก แล้วให้ทุกคน ใช้แผ่นเดียวกัน ทั้งพ่อแม่ พี่เลี้ยง และญาติที่มา ช่วยดูแลเป็นครั้งคราว
- เขียนชื่อของยี่ห้อ สูตร และขนาดที่ ใช้ให้ครบ กัน ซื้อผิด เมื่อคนอื่นไป ซื้อแทน และให้พี่เลี้ยงเด็กเห็นชัด ว่าสูตรไหน กระป๋องสีอะไร
- มีช่องระดับขั้นต่ำกับช่องติ๊กว่า แจ้ง แล้ว และสั่ง แล้วให้เห็นสถานะในแวบเดียว ว่าเรื่องค้างอยู่ที่ขั้นไหน
- ถ่ายรูปลิสต์ เก็บไว้ในมือถือของทั้งพี่เลี้ยง และพ่อแม่ เผื่อสั่ง ซื้อจากนอกบ้าน
- ทบทวนลิสต์ทุก 1 ถึง 2 เดือน เพราะของที่เด็กใช้ เปลี่ยน ตามวัยเร็ว กว่าที่ผู้ใหญ่ คาดไว้เสมอ
- ช่วงเด็กป่วย หรือช่วงหน้าฝนของบางอย่างหมดเร็วขึ้นให้ขยับขั้นต่ำเพิ่ม ชั่วคราว
ตัวอย่างการตั้งขั้นต่ำ ตามวัยของลูก
อัตราการ ใช้ของเปลี่ยน ตามวัยชัดมาก จุดแจ้งเตือนจึง ควรขยับ ตามไม่ใช่ตั้งครั้งเดียว แล้วใช้ตลอดไป ทุกครั้งที่ขยับขั้นต่ำให้แก้ตัวเลขบนลิสต์ ทันทีไม่จดไว้ในใจ วิธีง่ายที่สุด คือทบทวน พร้อมรอบนัด ตรวจสุขภาพของลูก ซึ่งมี นัดเป็นระยะ อยู่แล้ว พี่เลี้ยงเด็กที่รู้ขั้นต่ำชุดล่าสุดเสมอจะไม่ต้องเดา หน้าชั้น วางของ
- วัยแรกเกิด ถึง 6 เดือน นมผงหมดเร็วที่สุด ผ้าอ้อม ใช้วันละหลายชิ้น ตั้งขั้นต่ำเผื่อไว้ มากกว่าช่วงอื่น และเผื่อของสำรอง ไว้ในกระเป๋าออกนอกบ้าน อีกชุด
- วัย 6 เดือน ถึง 1 ปี เริ่มอาหารเสริมมีของ เพิ่มหลายรายการ เช่น ข้าวบด ผักผลไม้ ช้อนซ้อมของพวกนี้ ต้องเข้าลิสต์ด้วย
- วัย 1 ถึง 2 ปี ปริมาณนม เริ่มลด แต่ผ้าอ้อมกลางคืน ยังจำเป็น ทบทวนขั้นต่ำใหม่ ทุกครั้งที่กุมารแพทย์ ปรับคำแนะนำ
- วัย 2 ถึง 3 ปี ช่วงฝึกเข้าห้องน้ำของใช้ เปลี่ยนชุดใหญ่จากผ้าอ้อมเป็นกางเกงซึมซับ และอุปกรณ์ฝึกให้รื้อลิสต์ใหม่ ทั้งแผ่น
ช่องทางแจ้ง ให้เรื่องไม่ตกหล่น
ตกลงช่องทางเดียวให้ชัด เช่น ไลน์ที่ ใช้เรื่องงานบ้าน หรือไวท์บอร์ดหน้าตู้ เก็บของ ถ้าใช้ไลน์ให้พี่เลี้ยงเด็ก ถ่ายรูปของชิ้นสุดท้าย พร้อมข้อความสั้นๆ ว่าเหลือเท่าไหร่ พอเห็นรูป พ่อแม่จะเข้าใจ ทันทีไม่ต้อง ถามกลับหลายรอบ และอย่า ใช้วิธี บอกปากเปล่า ตอนเดินสวนกัน เพราะเป็นช่องทางที่ลืมง่ายที่สุด ทั้งคนพูด และคนฟัง ถ้าใช้ไวท์บอร์ดให้แขวนปากกาไว้กับบอร์ด ด้วยเชือกสั้นๆ กันปากกาหาย ซึ่งเป็นเหตุผลอันดับต้นๆที่บอร์ดถูกเลิกใช้ ส่วนบ้านที่ ใช้ไลน์กลุ่มของบ้านให้ปักหมุดลิสต์ของห้ามขาดไว้ บนสุดของกลุ่ม หาเจอได้ในไม่กี่วินาที ทด ลองระบบช่วง 2 ถึง 4 สัปดาห์แรก แล้วปรับจุดที่ติดขัด ร่วมกัน
ของใช้เด็กหมดกลางดึกไม่ใช่ เพราะพี่เลี้ยงเด็กไม่ใส่ใจ หรือพ่อแม่ไม่รับผิดชอบ แต่ เพราะบ้านไม่มีระบบ — แบ่งหน้าที่ให้ชัดว่าใครเช็ก ใครแจ้ง ใครซื้อ กำหนดจุดแจ้งเตือนขั้นต่ำของแต่ละอย่าง และมีลิสต์ของห้ามขาดที่ทุกคนเห็นแผ่นเดียวกัน เท่านี้เรื่องจุกจิกรายวันก็ไม่กลายเป็นเรื่องใหญ่ อีกต่อไป
ติดต่อเรา|แม่บ้านสุขสวัสดิ์
แม่บ้านสุขสวัสดิ์ให้บริการพี่เลี้ยงเด็กที่รับระบบงานบ้านแบบมีขั้นตอน ทีมงาน ช่วยแนะนำการบรีฟเรื่องของใช้เด็ก จุดแจ้งเตือน และลิสต์ของห้ามขาดให้ตั้งแต่วันแรกที่ เริ่มงาน สอบ ถามได้ ก่อนตัดสินใจจ้าง ใช้เวลาคุยประมาณ 15 ถึง 25 นาที
- โทร:02-118-3737 / 082-333-7070
- Line:@maid2015
- เว็บ:https://www.แม่บ้านสุขสวัสดิ์.com
- เฟซบุ๊ก:https://www.facebook.com/maidbangkok/
อ้างอิง
[1] UNICEF คำแนะนำการดูแลเด็กเล็กสำหรับผู้ปกครองและผู้ดูแล|https://www.unicef.org/parenting/child-care
[2] MedlinePlus ข้อมูลโภชนาการทารกและเด็กเล็ก รวมเรื่องนมผงและการป้อนนม|https://medlineplus.gov/infantandnewbornnutrition.html


