
พ่อแม่หลายคนกังวลเมื่อสังเกตว่าลูกพูดช้ากว่าเพื่อนวัยเดียวกัน ทั้งที่เด็กคนอื่นเริ่มพูดเป็นคำหรือประโยคสั้นไปแล้วตั้งแต่อายุ 18 ถึง 24 เดือน คำถามคือพี่เลี้ยงเด็กช่วยกระตุ้นพัฒนาการภาษาได้แค่ไหน และเมื่อไหร่ควรพาไปพบหมอ คำตอบต้องอิงเกณฑ์พัฒนาการตามวัยเพื่อไม่ให้ตื่นตระหนกเกินจริงหรือปล่อยผ่านจนสายเกินไป
เกณฑ์พัฒนาการภาษาคร่าวๆ ตามวัย
| ช่วงอายุ | ทักษะภาษาที่คาดหวัง | จำนวนคำโดยประมาณ | สัญญาณที่ควรสังเกต |
|---|---|---|---|
| 12 ถึง 15 เดือน | พูดคำเดี่ยวได้บ้าง ชี้ของที่ต้องการ ทำท่าทางประกอบ 2 ถึง 3 แบบ | 1 ถึง 5 คำ | ยังไม่ตอบสนองเสียงเรียกชื่อเลย |
| 18 ถึง 24 เดือน | พูดคำเดี่ยวได้มากขึ้น เริ่มพูด 2 คำติดกัน เช่น เอานม ทำได้ 3 ถึง 5 ครั้งต่อวัน | 20 ถึง 50 คำ | ยังไม่พูดคำเดี่ยวเลยแม้แต่คำเดียว |
| 2 ถึง 3 ปี | พูดประโยคสั้น 2 ถึง 3 คำ เข้าใจคำสั่งง่ายๆ ทำตามได้ 1 ถึง 2 ขั้นตอน ถามคำถามได้ 3 ถึง 5 แบบ | 200 ถึง 300 คำ | พูดได้ไม่ถึง 50 คำ หรือไม่พูดประโยคเลย |
| 3 ถึง 4 ปี | พูดประโยคยาวขึ้น เล่าเรื่องสั้นๆ ได้ 3 ถึง 5 ประโยคต่อกัน ใช้เวลา 2 ถึง 3 นาที | 800 ถึง 1000 คำ | คนนอกบ้านฟังไม่เข้าใจส่วนใหญ่ |
สิ่งที่พี่เลี้ยงเด็กทำได้ทุกวันเพื่อกระตุ้นภาษา
กิจกรรมง่ายๆ ที่พี่เลี้ยงเด็กทำได้ทุกวันช่วยกระตุ้นพัฒนาการภาษาได้จริงโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษ
- พูดคุยกับเด็กตลอดกิจกรรมประจำวัน บรรยายสิ่งที่กำลังทำ 5 ถึง 10 นาทีต่อครั้ง
- อ่านนิทานให้ฟังวันละ 15 ถึง 20 นาที เลือกหนังสือภาพที่มีคำซ้ำหรือคล้องจอง
- ร้องเพลงเด็กหรือท่องคำคล้องจองร่วมกัน มีท่าทางประกอบช่วยจดจำคำศัพท์
- เล่นเกมที่ต้องใช้คำพูด เช่น ทายชื่อสัตว์หรือสี ใช้บัตรคำหรือภาพประกอบ
- รอให้เด็กพยายามพูดก่อนรีบหยิบของให้ ให้เวลา 5 ถึง 10 วินาที
- เล่นบทบาทสมมุติกับตุ๊กตาหรือของเล่นที่ต้องพูดคุยระหว่างเล่น
สิ่งที่พี่เลี้ยงเด็กไม่ควรทำเมื่อลูกพูดช้า
- เปรียบเทียบลูกกับเด็กคนอื่นต่อหน้าเด็กบ่อยๆ ทำให้เด็กเสียความมั่นใจ
- ใช้จอมือถือหรือทีวีแทนการพูดคุยเกิน 1 ถึง 2 ชั่วโมงต่อวัน
- ดุหรือบังคับให้พูดตามทันทีเมื่อเด็กพูดไม่ได้
- พูดแทนเด็กทุกครั้งก่อนที่เด็กจะพยายามสื่อสารเอง
- ตัดสินใจเองว่าลูกพูดช้าแค่พัฒนาการปกติโดยไม่แจ้งพ่อแม่
สัญญาณที่ควรพาไปพบหมอ
- อายุ 18 เดือนแล้วยังไม่พูดคำเดี่ยวเลยแม้แต่คำเดียว
- อายุ 2 ปีแล้วพูดได้ไม่ถึง 50 คำ หรือไม่พูดประโยค 2 คำ
- ไม่ตอบสนองเสียงเรียกชื่อหรือคำสั่งง่ายๆ ตั้งแต่อายุ 12 เดือน
- สูญเสียทักษะภาษาที่เคยทำได้แล้วในช่วง 1 ถึง 2 เดือนที่ผ่านมา
- มีปัญหาการได้ยินร่วมด้วย เช่น ไม่หันตามเสียงดัง
กิจกรรมกระตุ้นภาษาตามช่วงอายุ
กิจกรรมที่เหมาะสมต่างกันตามวัย พี่เลี้ยงเด็กที่เลือกให้ตรงวัยช่วยกระตุ้นได้มีประสิทธิภาพกว่าการทำกิจกรรมเดียวกันซ้ำทุกวัยโดยไม่ปรับ ควรสังเกตความสนใจของเด็กประกอบด้วยเสมอ ไม่ใช่ยึดตามตารางอย่างเดียว
- เด็กอายุ 12 ถึง 18 เดือน — เล่นชี้ของและบอกชื่อซ้ำๆ 5 ถึง 10 นาทีต่อรอบ ทำวันละ 2 ถึง 3 รอบ
- เด็กอายุ 18 ถึง 24 เดือน — เล่นทายชื่อสัตว์หรือของใช้ในบ้าน 10 ถึง 15 นาที ทำวันละ 2 รอบ
- เด็กอายุ 2 ถึง 3 ปี — เล่นบทบาทสมมุติที่ต้องใช้บทสนทนา 15 ถึง 20 นาที ทำวันละ 1 ถึง 2 รอบ
- เด็กอายุ 3 ถึง 4 ปี — ฝึกเล่าเรื่องจากภาพหรือเหตุการณ์ในวันนั้น 15 ถึง 20 นาที ทำวันละ 1 รอบ
วิธีบันทึกพัฒนาการภาษาให้พ่อแม่เห็นความคืบหน้า
การบันทึกช่วยให้เห็นแนวโน้มชัดเจนกว่าความรู้สึกเพียงอย่างเดียว
- จดจำนวนคำใหม่ที่ลูกพูดได้ทุกสัปดาห์ ใช้เวลา 5 ถึง 10 นาที
- บันทึกวันที่ลูกเริ่มพูดคำหรือประโยคใหม่ ใช้เวลา 2 ถึง 3 นาที
- ถ่ายวิดีโอสั้นๆ ตอนลูกพูดเพื่อให้พ่อแม่ดูภายหลัง
- ส่งสรุปความคืบหน้าให้พ่อแม่ทุก 2 ถึง 4 สัปดาห์ ใช้เวลาสรุป 10 ถึง 15 นาที
ปัจจัยอื่นที่อาจทำให้ลูกพูดช้า นอกจากพัฒนาการ
บางครั้งพูดช้าไม่ได้มาจากพัฒนาการล่าช้าอย่างเดียว ปัจจัยแวดล้อมก็มีผล
- ดูจอมือถือหรือทีวีมากเกินไป เกิน 2 ถึง 3 ชั่วโมงต่อวัน ลดโอกาสฝึกพูดลง 30 ถึง 40 เปอร์เซ็นต์
- ผู้เลี้ยงดูพูดแทนเด็กตลอดเวลา เด็กไม่มีโอกาสฝึกสื่อสารเองใน 1 ถึง 2 ปีแรก
- บ้านที่ใช้หลายภาษาพร้อมกัน อาจทำให้พูดช้ากว่าปกติเล็กน้อย 1 ถึง 3 เดือนแต่ไม่ใช่ผิดปกติ
- มีปัญหาการได้ยินที่ยังไม่ถูกตรวจพบ ควรตรวจการได้ยินร่วมด้วยภายใน 1 ถึง 2 เดือน
สิ่งที่ควรคุยกับพ่อแม่ก่อนเริ่มกระตุ้นภาษา
การคุยให้ชัดก่อนช่วยให้พี่เลี้ยงเด็กทำงานร่วมกับพ่อแม่ได้ตรงจุด ใช้เวลาคุย 15 ถึง 20 นาที
- เคยพาลูกไปตรวจพัฒนาการภาษามาก่อนหรือไม่ ผลเป็นอย่างไร
- มีวิธีกระตุ้นภาษาที่แพทย์แนะนำเป็นการเฉพาะหรือไม่
- ต้องการให้บันทึกความคืบหน้าแบบไหน สัปดาห์ละกี่ครั้ง
- ถ้าสงสัยว่าลูกพูดช้าผิดปกติ อยากให้แจ้งทันทีหรือรอสังเกตก่อน 1 ถึง 2 สัปดาห์
- มีภาษาอื่นที่พูดในบ้านนอกจากภาษาไทยหรือไม่ กี่ภาษา
ลูกพูดช้ากว่าเพื่อนวัยเดียวกันไม่ได้แปลว่าผิดปกติเสมอไป — พี่เลี้ยงเด็กช่วยกระตุ้นได้ด้วยการพูดคุย อ่านนิทาน และร้องเพลงทุกวัน แต่ควรรู้เกณฑ์พัฒนาการภาษาตามวัยและสัญญาณที่ควรพาไปพบหมอ เพื่อไม่ให้ปล่อยผ่านจนช้าเกินไป
ติดต่อเรา|แม่บ้านสุขสวัสดิ์
แม่บ้านสุขสวัสดิ์ ให้บริการพี่เลี้ยงเด็กที่เข้าใจเกณฑ์พัฒนาการภาษาตามวัย — สอบถามก่อนรับงานได้ว่าลูกมีพัฒนาการภาษาแบบไหน เพื่อวางแผนกิจกรรมกระตุ้นได้ตั้งแต่วันแรก ใช้เวลาคุยประมาณ 15 ถึง 25 นาที ทบทวนความคืบหน้าร่วมกันทุก 2 ถึง 4 สัปดาห์ และปรับกิจกรรมตามพัฒนาการที่เปลี่ยนไป ทีมงานช่วยแนะนำกิจกรรมกระตุ้นภาษาเบื้องต้นได้ตั้งแต่การนัดคุยครั้งแรก
- โทร:02-118-3737 / 082-333-7070
- Line:@maid2015
- เว็บ:https://www.แม่บ้านสุขสวัสดิ์.com
- เฟซบุ๊ก:https://www.facebook.com/maidbangkok/
อ้างอิง
[1] CDC สหรัฐ เกณฑ์พัฒนาการเด็กตามช่วงวัย Learn the Signs Act Early|https://www.cdc.gov/act-early/milestones/index.html
[2] WHO องค์การอนามัยโลก แนวทางพัฒนาการเด็กปฐมวัย|https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/early-child-development


