
ลูกไม่ยอมนอนคนเดียว เป็นเรื่องที่พ่อแม่หลายบ้านเจอ ทั้งที่จัดห้องนอนสวยงามไว้ให้แล้ว แต่ลูกก็ยังร้องขอมานอนด้วยทุกคืน บางบ้านปล่อยตามใจเพราะไม่อยากมีปัญหาตอนดึก บางบ้านก็กังวลว่าถ้าปล่อยไปเรื่อยๆ จะกลายเป็นนิสัยติดตัวถึงโตนำ คำตอบที่ใช้ได้จริงคือ เข้าใจสาเหตุความกลัวตอนกลางคืนตามวัยก่อน แล้วฝึกนอนคนเดียวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่บังคับให้นอนคนเดียวทันทีในคืนเดียว
ทำไมลูกถึงไม่ยอมนอนคนเดียว
ลูกไม่ยอมนอนคนเดียวมีสาเหตุหลากหลาย และส่วนใหญ่เป็นเรื่องปกติของพัฒนาการเด็ก ไม่ใช่ปัญหาที่ต้องกังวลมากเกินไป
- ความกลัวความมืดหรือความเงียบ เป็นเรื่องปกติของเด็กวัย 3 ถึง 6 ปี ที่จินตนาการเริ่มพัฒนา
- ความวิตกกังวลเรื่องการแยกจาก ยังไม่หายไปเต็มที่ในบางช่วงวัย แม้จะโตกว่าวัยทารกแล้ว
- เคยเจอเหตุการณ์ที่ทำให้กลัว เช่น ฝันร้าย หรือดูสื่อที่น่ากลัวโดยไม่ตั้งใจ
- ติดความเคยชิน ถ้าเคยนอนกับพ่อแม่มานาน การเปลี่ยนกะทันหันจะรู้สึกไม่ปลอดภัย
- ต้องการความสนใจ โดยเฉพาะถ้าช่วงกลางวันได้ใกล้ชิดพ่อแม่น้อยกว่าปกติ
ขั้นตอนฝึกให้นอนคนเดียว แบบค่อยเป็นค่อยไป
| ขั้นตอน | ทำอะไร | ระยะเวลาโดยประมาณ |
|---|---|---|
| ขั้นที่ 1 | นั่งเป็นเพื่อนในห้องจนกว่าจะหลับ | 1 ถึง 2 สัปดาห์ |
| ขั้นที่ 2 | นั่งใกล้ประตู ไม่ได้อยู่ข้างเตียง | 1 ถึง 2 สัปดาห์ |
| ขั้นที่ 3 | บอกลาแล้วออกจากห้อง เปิดไฟทางเดินไว้ | 1 ถึง 2 สัปดาห์ |
| ขั้นที่ 4 | นอนคนเดียวได้เต็มคืน | ต่อเนื่องจนเป็นนิสัย |
แต่ละขั้นควรทำจนลูกรู้สึกมั่นคงแล้วค่อยขยับไปขั้นถัดไป ถ้าลูกไม่ยอมนอนคนเดียวและยังกังวลมาก ให้อยู่ในขั้นเดิมนานขึ้นได้ ไม่ต้องเร่งตามตารางเป๊ะๆ
สิ่งที่ช่วยให้ลูกรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น
สภาพแวดล้อมและกิจวัตรก่อนนอน มีผลต่อความรู้สึกปลอดภัยของลูกมากกว่าที่คิด
- เปิดไฟหรี่ๆ หรือไฟกลางคืน ให้ห้องไม่มืดสนิทจนน่ากลัวเกินไป
- ให้ตุ๊กตาหรือผ้าห่มที่คุ้นเคย อยู่ด้วยตอนนอน เป็นเพื่อนแทนพ่อแม่
- สร้างกิจวัตรก่อนนอนที่สม่ำเสมอ เช่น อ่านนิทาน แปรงฟัน แล้วเข้านอนเวลาเดิมทุกคืน
- บอกลูกล่วงหน้าว่าพ่อแม่อยู่ห้องข้างๆ พร้อมมาดูถ้าเรียก ไม่ได้หายไปไหน
- เปิดประตูห้องไว้เล็กน้อย ให้ได้ยินเสียงคนในบ้านเบาๆ ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเกินไป
คำพูดที่ช่วยได้ และคำพูดที่ควรเลี่ยง
น้ำเสียงและคำพูดตอนฝึก มีผลต่อความร่วมมือของลูกไม่น้อยไปกว่าขั้นตอนที่ทำ
- พูดว่า แม่อยู่ใกล้ๆ นะ เรียกได้เสมอ แทนการพูดว่า อย่ากลัวเลย ไม่มีอะไรหรอก
- ชมทุกครั้งที่ลูกพยายามนอนคนเดียวได้นานขึ้น แม้จะยังไม่เต็มคืนก็ตาม
- หลีกเลี่ยงการขู่ให้กลัวมากขึ้น เช่น เดี๋ยวผีมาหลอกนะถ้าไม่นอน
- ไม่ล้อเลียนว่าโตแล้วทำไมยังกลัว เพราะจะทำให้ลูกรู้สึกอาย ไม่ใช่รู้สึกปลอดภัยขึ้น
- ไม่เปลี่ยนกฎกลับไปกลับมา เช่น บางคืนให้นอนด้วย บางคืนไม่ให้ เพราะทำให้ลูกสับสน
บทบาทของพี่เลี้ยงหรือแม่บ้าน ในช่วงฝึกนอนคนเดียว
ถ้าบ้านมีพี่เลี้ยงเด็กหรือแม่บ้านช่วยดูแลตอนลูกไม่ยอมนอนคนเดียว ควรให้ทุกคนใช้แนวทางเดียวกัน เพื่อไม่ให้ลูกสับสน
- พี่เลี้ยงใช้กิจวัตรก่อนนอนแบบเดียวกับพ่อแม่ ไม่สร้างขั้นตอนใหม่ที่ต่างไป
- แจ้งความคืบหน้าให้พ่อแม่ทราบทุกคืน ว่าลูกนอนคนเดียวได้นานขึ้นหรือถอยหลัง
- ไม่ใจอ่อนยอมให้กลับไปนอนด้วย เมื่อพ่อแม่ตกลงกันแล้วว่าจะฝึกจริงจัง
- ใช้คำพูดปลอบโยนแบบเดียวกับที่พ่อแม่ใช้ ให้ลูกรู้สึกคุ้นเคยไม่ว่าใครดูแล
เมื่อไหร่ควรชะลอการฝึกไว้ก่อน
บางช่วงเวลาไม่เหมาะกับการเริ่มฝึกเรื่องนี้ ควรรอให้สถานการณ์สงบก่อนค่อยเริ่มใหม่
- ช่วงที่ครอบครัวเพิ่งย้ายบ้าน หรือมีการเปลี่ยนแปลงใหญ่ เช่น น้องใหม่เกิด
- ช่วงที่ลูกเพิ่งเจอเหตุการณ์ที่ทำให้กลัวมาก เช่น ฝันร้ายรุนแรง หรือเจ็บป่วย
- ช่วงที่พ่อแม่เองก็เครียดมาก จนไม่มีความอดทนพอสำหรับกระบวนการฝึกที่ต้องใจเย็น
- ถ้าลูกร้องไห้หนักมากทุกครั้งที่ลอง ให้ถอยกลับไปขั้นก่อนหน้า แล้วค่อยลองใหม่ภายหลัง
ลูกไม่ยอมนอนคนเดียวเป็นเรื่องปกติของพัฒนาการเด็ก ไม่ใช่นิสัยเสียที่ต้องรีบแก้ — เข้าใจสาเหตุตามวัยก่อน แล้วฝึกอย่างค่อยเป็นค่อยไปทีละขั้น สร้างความรู้สึกปลอดภัยด้วยกิจวัตรและคำพูดที่เหมาะสม และชะลอไว้ก่อนถ้าจังหวะยังไม่เหมาะ ความใจเย็นและสม่ำเสมอ คือกุญแจสำคัญที่สุด
ติดต่อเรา|แม่บ้านสุขสวัสดิ์
แม่บ้านสุขสวัสดิ์ ให้บริการพี่เลี้ยงเด็กที่เข้าใจการฝึกนิสัยการนอนตามวัยของลูก ด้วยความใจเย็นและเป็นระบบ สอดคล้องกับแนวทางที่พ่อแม่วางไว้ สอบถามทีมงานได้ก่อนเริ่มจ้าง ใช้เวลาคุยประมาณ 15 ถึง 25 นาที
- โทร:02-118-3737 / 082-333-7070
- Line:@maid2015
- เว็บ:https://www.แม่บ้านสุขสวัสดิ์.com
- เฟซบุ๊ก:https://www.facebook.com/maidbangkok/
อ้างอิง
[1] CDC สหรัฐ เกณฑ์พัฒนาการเด็กตามช่วงวัย Learn the Signs Act Early|https://www.cdc.gov/act-early/milestones/index.html


