
บ้านไหนเคยเจอภาพนี้บ้าง พอถึงมื้อกลางวัน เด็กเบือนหน้าหนี ปิดปาก ไม่ยอมกินข้าวกับพี่เลี้ยงเด็ก สักคำ แต่พอแม่กลับมาถึงบ้าน ตอนเย็น กลับนั่งกินเองได้ปกติ จนพี่เลี้ยงเริ่มเครียด และแม่เริ่มสงสัย ว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนกลางวัน ข่าวดีคือเรื่องนี้พบบ่อยมาก และส่วนใหญ่ ไม่ได้แปลว่าพี่เลี้ยงทำอะไรผิด หรือเด็กมีปัญหา บทความนี้ชวนมองจากมุมของเด็ก ก่อนหาคนผิด แล้วค่อยไล่แก้ทีละจุด อย่างเป็นระบบ
มองจากมุมเด็ก ทำไมกินกับแม่ได้ แต่ไม่กินกับพี่เลี้ยง
เด็กเล็กไม่ได้เลือกกิน ตามเหตุผลแบบผู้ใหญ่ แต่เลือกตามความรู้สึกปลอดภัย ความคุ้นเคย และการต่อรอง ที่เรียนรู้มาจากการลองผิดลองถูก ทุกวัน เข้าใจกลไกพวกนี้ก่อน แล้วเทคนิคทุกข้อ จะง่ายขึ้นทันที สาเหตุพวกนี้ เจอพร้อมกันได้ หลายข้อ ในเด็กคนเดียว
- ความคุ้นเคยยังไม่พอ เด็กบางคนใช้เวลาหลายสัปดาห์ กว่าจะไว้ใจคนใหม่ ในเรื่องใกล้ตัวที่สุด อย่างการกิน
- เด็กเรียนรู้ว่า การไม่กินกับพี่เลี้ยง อาจได้ขนม หรือนมทดแทนทีหลัง กลายเป็นการต่อรอง ที่ได้ผล
- วิธีป้อนต่างกัน เช่น แม่ป้อนไปเล่นไป แต่พี่เลี้ยงเข้มงวด ให้นั่งให้เรียบร้อย เด็กจึงเลือกฝั่งที่สนุกกว่า
- จังหวะมื้อไม่ตรงกัน เด็กกินนม หรือขนมจุกจิก ก่อนมื้อหลัก ไม่ถึง 1 ถึง 2 ชั่วโมง จึงไม่หิวจริง ตอนถึงมื้อ
- เด็กบางช่วงวัย หวงแม่เป็นพิเศษ การกินกับแม่ คือเวลาพิเศษ ที่เด็กรอคอย ทั้งวัน
สิ่งที่ควรเช็กก่อน โทษใครคนใดคนหนึ่ง
ก่อนสรุปว่าเป็นปัญหาความสัมพันธ์ ให้เช็กเรื่องพื้นฐาน ที่แก้ง่ายที่สุดก่อน หลายเคสจบตรงนี้ โดยพี่เลี้ยงเด็กไม่ต้องเปลี่ยนวิธีอะไรเลย เรื่องพวกนี้ใช้เวลาเช็ก แค่ไม่กี่วัน แต่ตัดสาเหตุออกไปได้ มากกว่าครึ่ง จดสั้นๆ ในกระดาษแผ่นเดียว ก็เพียงพอแล้ว
- ตารางนมกับขนมระหว่างวัน จดจริง 3 ถึง 5 วัน ว่าเด็กกินอะไร ก่อนมื้อหลักบ้าง
- เมนูที่พี่เลี้ยงทำ ต่างจากรสมือแม่แค่ไหน ลองให้แม่ทำเมนูเดิม แล้วพี่เลี้ยงป้อน
- บรรยากาศโต๊ะอาหาร มีจอ มีของเล่น หรือเสียงทีวี รบกวนไหม ทั้งสองมื้อ เหมือนกันหรือเปล่า
- สภาพร่างกายเด็ก ช่วงฟันขึ้น หรือหลังป่วย เด็กกินน้อยลง กับทุกคน ไม่ใช่เฉพาะพี่เลี้ยง
- เวลามื้ออาหารตรงกันทุกวันไหม เด็กเล็กกินได้ดีขึ้น เมื่อมื้อมาถึง ตรงเวลาเดิม ทุกวัน
- ลองสลับคนป้อนช่วงวันหยุด ให้พ่อป้อนบ้าง ถ้าเด็กไม่กินกับพ่อเหมือนกัน แปลว่าเรื่องนี้ คือความคุ้นเคย ไม่ใช่ตัวบุคคล
ตัวอย่างตารางมื้อ ที่ช่วยให้เด็กหิวตรงเวลา
เด็กที่หิวจริงตอนถึงมื้อ จะกินง่ายขึ้นกับทุกคน ลองจัดจังหวะมื้อ ให้ห่างกันพอเหมาะ แบบนี้ แล้วปรับตามวัย และเวลานอนจริง ของเด็กแต่ละคน ได้เลย
- มื้อเช้า ประมาณ 7 ถึง 8 โมง ตามเวลาตื่นจริง ของเด็ก แต่ละบ้าน ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน
- ของว่างเบาๆ ช่วงสาย ประมาณ 10 โมง เลือกผลไม้ หรือนมตามวัย อย่างใดอย่างหนึ่ง ปริมาณพอดี ไม่ให้อิ่มค้าง ถึงมื้อหลัก
- มื้อกลางวัน ช่วงเที่ยง ถึงเที่ยงครึ่ง เว้นห่างจากของว่าง อย่างน้อย 2 ชั่วโมง ให้ท้องว่าง พอหิวจริง ตอนถึงมื้อ
- ของว่างบ่าย หลังตื่นนอนกลางวัน และมื้อเย็นร่วมกับครอบครัว ประมาณ 6 โมงเย็น โดยเว้นห่างกัน อย่างน้อย 2 ชั่วโมง เช่นกัน
เทคนิคที่ให้พี่เลี้ยงลอง ทีละอย่าง
ลองทีละข้อ ข้อละ 3 ถึง 5 วัน แล้วสังเกตผล อย่าเปลี่ยนทุกอย่างพร้อมกัน เพราะจะไม่รู้ว่า อะไรได้ผลจริง และเล่าผลให้พ่อแม่ฟังทุกครั้ง ว่าพี่เลี้ยงเด็กลองข้อไหนแล้ว ผลออกมาเป็นยังไง
- ให้พี่เลี้ยงเด็กนั่งกินไปด้วย ในมื้อเดียวกัน เด็กเลียนแบบคนที่กินอร่อย ตรงหน้า ได้ง่ายกว่าการถูกป้อน อย่างเดียว
- ให้เด็กมีส่วนร่วมเล็กๆ เช่น ช่วยหยิบช้อน เลือกจานเอง หรือช่วยล้างผัก ก่อนมื้อ เด็กที่รู้สึกเป็นเจ้าของมื้อ จะให้ความร่วมมือ มากขึ้น
- เสิร์ฟทีละน้อย ให้กินหมดแล้วขอเพิ่ม ดีกว่าตักเต็มจาน จนเด็กถอดใจ ตั้งแต่เห็น
- ชมทันทีเมื่อเด็กกินเอง แม้คำเดียว และไม่บังคับ ไม่ขู่ เมื่อเด็กปฏิเสธ
- ให้แม่นั่งด้วยช่วงแรก แล้วค่อยๆ ถอยออก ทีละมื้อ ใน 1 ถึง 2 สัปดาห์ ให้เด็กปรับตัว แบบไม่รู้สึกถูกทิ้ง วิธีนี้ใช้ได้ดี กับเด็กที่ติดแม่มาก เป็นพิเศษ
- ตกลงกติกาขนมกับนมให้ตรงกันทั้งบ้าน ถ้าไม่กินมื้อหลัก ไม่มีขนมชดเชย ทุกคนถือกติกาเดียวกัน
บทบาทของพ่อแม่ ที่ช่วยให้เรื่องนี้จบเร็วขึ้น
เรื่องนี้แก้ไม่ได้ด้วยพี่เลี้ยงคนเดียว เพราะเด็กอ่านท่าที ของผู้ใหญ่ทุกคนในบ้าน ถ้าแม่เผลอป้อนขนมชดเชย ตอนเย็น ทุกความพยายามตอนกลางวัน ก็เริ่มใหม่หมด พ่อแม่ช่วยได้ ด้วยการถือกติกาเดียวกัน พูดถึงพี่เลี้ยงในทางบวก ให้เด็กได้ยิน และเล่าให้พี่เลี้ยงฟังตรงๆ ว่าที่บ้านป้อนแบบไหน เด็กชอบจังหวะไหน ใช้เวลาคุยกันสั้นๆ ทุก 1 ถึง 2 สัปดาห์ จนกว่ามื้ออาหารเด็ก จะกลับมาราบรื่น เด็กที่เห็นแม่ไว้ใจพี่เลี้ยงเด็ก จะไว้ใจตามเร็วขึ้น อย่างเห็นได้ชัด และถ้ามีปู่ย่าตายายอยู่บ้านด้วย ชวนมาถือกติกาเดียวกัน ตั้งแต่ต้น เพราะขนมจากผู้ใหญ่ใจดี คือช่องรั่ว ที่พบบ่อยที่สุด การคุยกันบ่อย ช่วยตัดปัญหาเล็ก ก่อนสะสม เป็นเรื่องใหญ่
เมื่อไหร่ที่เป็นสัญญาณ ต้องใส่ใจจริง
ส่วนใหญ่เรื่องนี้คลี่คลาย ภายในไม่กี่สัปดาห์ แต่มีบางสัญญาณความสัมพันธ์ ที่ไม่ควรมองข้าม การแยกให้ออกระหว่างเรื่องปรับตัว กับเรื่องผิดปกติ ช่วยให้ตัดสินใจ ได้ถูกจังหวะ
- เด็กไม่ใช่แค่ไม่กิน แต่กลัว เกร็ง หรือร้องไห้ ทุกครั้งที่ต้องอยู่กับพี่เลี้ยง ตามลำพัง
- น้ำหนักเด็กไม่ขึ้นเลย หรือลดลง ต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ควรปรึกษากุมารแพทย์ ประกอบด้วย
- พี่เลี้ยงเริ่มใช้วิธีบังคับ ขู่ หรือหลอกให้กลัว เพื่อให้เด็กกิน ต้องคุยปรับทันที
- เด็กพูดถึงพี่เลี้ยงในทางลบซ้ำๆ พร้อมรายละเอียด ที่ฟังแล้วไม่ใช่จินตนาการ ของเด็ก
- ลองทุกเทคนิคแล้วเกิน 1 ถึง 2 เดือน ยังไม่ดีขึ้นเลย อาจถึงเวลาคุยเรื่อง ความเข้ากันได้ อย่างตรงไปตรงมา
เด็กไม่ยอมกินข้าวกับพี่เลี้ยงเด็ก แต่กินกับแม่ปกติ ส่วนใหญ่ไม่ใช่ความผิดของใคร — เป็นเรื่องความคุ้นเคย การต่อรองของเด็ก และจังหวะมื้อที่ไม่ตรงกัน เช็กเรื่องพื้นฐานก่อน ลองเทคนิคทีละอย่าง ให้ทั้งบ้านถือกติกาเดียวกัน และเฝ้าดูเฉพาะสัญญาณที่ผิดปกติจริง เรื่องนี้มักคลี่คลายเอง เมื่อเด็กไว้ใจมากพอ
ติดต่อเรา|แม่บ้านสุขสวัสดิ์
แม่บ้านสุขสวัสดิ์ ให้บริการพี่เลี้ยงเด็กที่รับบรีฟเรื่องนิสัยการกินของเด็ก ตั้งแต่วันแรก ทีมงานช่วยแนะนำคำถามที่พ่อแม่ควรบรีฟ เช่น เมนูโปรด จังหวะการป้อน และกติกาขนม เพื่อให้ช่วงปรับตัวสั้นลง สอบถามได้ก่อนเริ่มงาน ใช้เวลาคุยประมาณ 15 ถึง 25 นาที
- โทร:02-118-3737 / 082-333-7070
- Line:@maid2015
- เว็บ:https://www.แม่บ้านสุขสวัสดิ์.com
- เฟซบุ๊ก:https://www.facebook.com/maidbangkok/
อ้างอิง
[1] UNICEF คำแนะนำการดูแลและโภชนาการเด็กเล็ก สำหรับผู้ปกครองและผู้ดูแล|https://www.unicef.org/parenting/child-care
[2] MedlinePlus ข้อมูลโภชนาการเด็ก และพฤติกรรมการกินตามวัย|https://medlineplus.gov/childnutrition.html


