แม่บ้านรายเดือนตั้งครรภ์ระหว่างทำงาน นายจ้างทำอะไรได้บ้าง

โพสต์เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569

เจ้าของบ้านหลายคนไม่แน่ใจว่าเมื่อแม่บ้านรายเดือนตั้งครรภ์ระหว่างทำงาน ควรทำอย่างไรกับพนักงานคนนี้ต่อไป ทั้งเรื่องงานที่ควรปรับ สิทธิที่กฎหมายคุ้มครอง และการวางแผนช่วงลาคลอดล่วงหน้า 3 ถึง 6 เดือนก่อนกำหนดคลอด คำตอบต้องอิงกฎหมายควบคู่กับความเห็นใจ ไม่ใช่ตัดสินใจตามความรู้สึกเพียงอย่างเดียว และไม่ควรใช้วิธีที่ผิดกฎหมายแม้จะดูสะดวกกว่า

สิทธิของแม่บ้านรายเดือนที่ตั้งครรภ์ตามกฎหมาย

กฎหมายคุ้มครองแรงงานให้สิทธิแม่บ้านรายเดือนที่ตั้งครรภ์ไว้ชัดเจน แม้เป็นงานทำงานบ้านก็ได้รับความคุ้มครองในหลายส่วน รวมถึงเรื่องความปลอดภัยระหว่างตั้งครรภ์

  • สิทธิลาคลอดตามกฎหมายรวมสูงสุด 98 วัน นับรวมวันหยุดด้วย จ่ายค่าจ้าง 45 วันแรกโดยนายจ้าง
  • ห้ามเลิกจ้างเพราะเหตุตั้งครรภ์ ถือเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม
  • สิทธิลาไปตรวจครรภ์ตามนัดแพทย์โดยไม่ถูกหักค่าจ้างในบางกรณี
  • ห้ามให้ทำงานที่เสี่ยงอันตรายต่อครรภ์ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายก่อนคลอด นับจากเดือนที่ 7 ถึง 9
  • ได้รับค่าจ้างระหว่างลาคลอดตามสัดส่วนที่กฎหมายกำหนด

งานที่ควรปรับเพื่อความปลอดภัยระหว่างตั้งครรภ์

ช่วงอายุครรภ์ งานที่ควรเลี่ยง เหตุผล ทางเลือกที่ปรับได้
ไตรมาสแรก 1 ถึง 3 เดือน ยกของหนักเกิน 5 ถึง 10 กิโลกรัม เสี่ยงกระทบการฝังตัวของตัวอ่อนในช่วง 6 ถึง 12 สัปดาห์แรก แบ่งงานยกของให้คนอื่นช่วย ภายใน 1 ถึง 2 วัน
ไตรมาสสอง 4 ถึง 6 เดือน ปีนบันไดหรือเก้าอี้ทำความสะอาดที่สูง เสี่ยงหกล้มมากขึ้นตามน้ำหนักตัวที่เพิ่ม 3 ถึง 6 กิโลกรัม ใช้ไม้ถูพื้นด้ามยาวแทนการปีน
ไตรมาสสาม 7 ถึง 9 เดือน สัมผัสสารเคมีทำความสะอาดโดยไม่มีถุงมือ เสี่ยงกระทบทารกในครรภ์ช่วงท้าย 7 ถึง 9 เดือน ใช้ถุงมือและเปลี่ยนน้ำยาให้อ่อนโยนขึ้น
ตลอดการตั้งครรภ์ ยืนหรือก้มทำงานต่อเนื่องเกิน 1 ถึง 2 ชั่วโมง เสี่ยงปวดหลังและความดันในครรภ์เพิ่มขึ้น แบ่งช่วงพักทุก 45 ถึง 60 นาที นั่งพัก 5 ถึง 10 นาที

สิ่งที่นายจ้างทำได้เพื่อดูแลช่วงตั้งครรภ์

  • ปรับตารางงานให้เบาลงในช่วง 3 เดือนสุดท้ายก่อนคลอด
  • จัดเวลาพักเพิ่มระหว่างวัน 10 ถึง 15 นาทีทุก 1 ถึง 2 ชั่วโมง
  • อนุญาตลาไปตรวจครรภ์ตามนัดแพทย์โดยไม่มีปัญหา ปกติตรวจทุก 4 ถึง 6 สัปดาห์
  • จัดหาคนช่วยงานหนักชั่วคราวในช่วงไตรมาสสุดท้าย 2 ถึง 3 เดือน
  • พูดคุยเปิดใจเรื่องความกังวลของทั้งสองฝ่ายตั้งแต่รู้ข่าว ใช้เวลา 15 ถึง 20 นาที
  • จัดหาเก้าอี้หรือที่นั่งพักเพิ่มในจุดที่ต้องยืนทำงานนาน เกิน 30 ถึง 45 นาที

วางแผนช่วงลาคลอดล่วงหน้า

การวางแผนล่วงหน้าเรื่องแม่บ้านรายเดือนช่วยให้บ้านไม่สะดุดและไม่ต้องกังวลเรื่องงานระหว่างพักฟื้น

  • คุยกำหนดวันเริ่มลาคลอดล่วงหน้า 1 ถึง 2 เดือนก่อนกำหนดคลอด กับแม่บ้านรายเดือน
  • หาคนช่วยงานแม่บ้านรายเดือนชั่วคราวในช่วงลา 98 วัน ล่วงหน้า 3 ถึง 4 สัปดาห์
  • ตกลงเรื่องการกลับมาทำงานหลังคลอดให้ชัดเจน
  • เตรียมเอกสารสิทธิประกันสังคมที่เกี่ยวข้องล่วงหน้า
  • ทบทวนขอบเขตงานหลังกลับมาทำงาน อาจต้องปรับช่วง 1 ถึง 2 เดือนแรก

ตัวอย่างการปรับตารางงานตามไตรมาส

ตัวอย่างตารางที่ปรับได้จริงช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้นว่าควรเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง

  • ไตรมาสแรก — งานหลักยังทำได้ตามปกติ เพิ่มช่วงพัก 10 ถึง 15 นาทีทุก 2 ถึง 3 ชั่วโมง
  • ไตรมาสสอง — ลดงานยกของหนักลง 50 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มคนช่วยงานหนัก 1 ถึง 2 วันต่อสัปดาห์ ทบทวนทุกเดือน
  • ไตรมาสสาม — ลดชั่วโมงทำงานลง 1 ถึง 2 ชั่วโมงต่อวัน เน้นงานเบาเป็นหลัก
  • ช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายก่อนคลอด — พิจารณาให้หยุดพักล่วงหน้าถ้าแพทย์แนะนำ

สิ่งที่นายจ้างทำไม่ได้ตามกฎหมาย

  • เลิกจ้างทันทีที่รู้ว่าตั้งครรภ์ โดยไม่มีเหตุผลอื่นรองรับ ถือว่าผิดกฎหมายทันที
  • บังคับให้ทำงานหนักหรือเสี่ยงอันตรายในช่วง 3 เดือนสุดท้าย
  • ปฏิเสธไม่ให้ลาไปตรวจครรภ์ตามนัดแพทย์ ทุก 4 ถึง 6 สัปดาห์
  • หักค่าจ้างเกินสัดส่วนที่กฎหมายกำหนดระหว่างลาคลอด 98 วัน
  • บังคับให้ลาออกเองแทนการให้สิทธิลาคลอดตามกฎหมาย
  • ลดตำแหน่งหรือเปลี่ยนเงื่อนไขการจ้างเพื่อกดดันให้ลาออกเอง

สิทธิประกันสังคมที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์

สิทธิประกันสังคมด้านล่างใช้ได้เฉพาะกรณีลูกจ้างอยู่ในระบบมาตรา 33 หรือสมัครมาตรา 40 ด้วยตนเอง แม่บ้านที่จ้างโดยตรงกับเจ้าของบ้านส่วนใหญ่มักไม่ได้อยู่ในระบบภาคบังคับ ควรตรวจสอบสถานะให้ชัดก่อนวางแผน

  • ค่าคลอดบุตรเหมาจ่ายจากประกันสังคม ประมาณ 15000 บาทต่อครั้ง ยื่นเรื่องได้ภายใน 90 วัน
  • เงินสงเคราะห์บุตรรายเดือนสำหรับบุตรอายุ 0 ถึง 6 ปี ประมาณ 800 บาทต่อเดือน จ่ายทุกเดือนต่อเนื่อง
  • เงินทดแทนการขาดรายได้ระหว่างลาคลอด 50 เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้าง นานสูงสุด 90 วัน จ่ายทุกเดือน
  • ต้องส่งเงินสมทบครบตามเงื่อนไขก่อนคลอดอย่างน้อย 5 เดือนภายใน 15 เดือน
  • ยื่นเอกสารเบิกสิทธิภายใน 1 ถึง 2 ปีหลังคลอด ไม่ควรปล่อยเกินกำหนดที่ตั้งไว้

สิ่งที่ควรคุยกับแม่บ้านรายเดือนเมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์

การคุยให้ชัดตั้งแต่ต้นช่วยลดความกังวลทั้งสองฝ่าย ใช้เวลาคุยเพียง 15 ถึง 20 นาที ควรทำในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย

  • กำหนดคลอดโดยประมาณคือเมื่อไหร่ ห่างจากวันนี้กี่สัปดาห์ เพื่อวางแผนช่วงลาล่วงหน้า
  • มีอาการแพ้ท้องหรือข้อจำกัดที่ต้องปรับงานหรือไม่ เช่น ยกของหนักหรือกลิ่นน้ำยา ตั้งแต่สัปดาห์ที่เท่าไหร่
  • ต้องการลาไปตรวจครรภ์บ่อยแค่ไหน ปกติทุก 4 ถึง 6 สัปดาห์ ใช้เวลาครั้งละ 1 ถึง 2 ชั่วโมง
  • อยากกลับมาทำงานต่อหลังคลอดหรือไม่ ถ้าอยากกลับควรวางแผนอย่างไร
  • มีคนช่วยดูแลลูกหลังคลอดระหว่างที่ต้องกลับมาทำงานหรือไม่

สัญญาณที่ควรพาไปพบแพทย์ทันทีระหว่างทำงาน

สัญญาณผิดปกติบางอย่างต้องรีบพาไปพบแพทย์ ไม่ควรรอให้ถึงนัดปกติ

  • ปวดท้องรุนแรงหรือมีเลือดออกทางช่องคลอด ควรพบแพทย์ภายใน 1 ถึง 2 ชั่วโมง
  • บวมมือหรือเท้าอย่างรวดเร็วผิดปกติภายใน 1 ถึง 2 วัน ร่วมกับน้ำหนักขึ้นเร็ว
  • ปวดศีรษะรุนแรงร่วมกับตาพร่ามัว ควรพบแพทย์ทันทีภายใน 30 นาที
  • ลูกดิ้นน้อยลงผิดปกติในช่วง 2 ถึง 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา น้อยกว่า 10 ครั้ง
  • มีไข้สูงเกิน 38 องศาต่อเนื่องเกิน 1 วัน แม่บ้านรายเดือนควรพบแพทย์เช่นกันโดยเร็ว

เมื่อแม่บ้านรายเดือนตั้งครรภ์ระหว่างทำงาน นายจ้างมีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย — ปรับงานให้ปลอดภัย ให้สิทธิลาคลอด 98 วัน และห้ามเลิกจ้างเพราะเหตุตั้งครรภ์ วางแผนล่วงหน้าเรื่องคนช่วยงานและวันกลับมาทำงาน จะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายผ่านช่วงนี้ไปได้อย่างเป็นธรรม

ติดต่อเรา|แม่บ้านสุขสวัสดิ์

แม่บ้านสุขสวัสดิ์ ให้บริการแม่บ้านประจำบ้านพร้อมคำแนะนำเรื่องสิทธิลูกจ้างตั้งครรภ์ตามกฎหมาย — สอบถามก่อนได้ว่าต้องเตรียมอะไรบ้างเมื่อพนักงานตั้งครรภ์ระหว่างทำงาน ใช้เวลาคุยประมาณ 15 ถึง 25 นาที ทบทวนแผนช่วงลาคลอดทุก 1 ถึง 2 เดือนก่อนกำหนดคลอด และช่วยประสานหาคนช่วยงานชั่วคราวเมื่อจำเป็น ทีมงานช่วยแนะนำแนวทางปรับงานให้ปลอดภัยได้ตั้งแต่การนัดคุยครั้งแรก

อ้างอิง

[1] ILO การเสริมสร้างการคุ้มครองแรงงานทำงานบ้านในประเทศไทย รวมสิทธิลาคลอดและชั่วโมงทำงาน|https://www.ilo.org/resource/news/thailands-department-labour-protection-and-welfare-strengthens-protection

เพิ่มเพื่อนเลยแอดไลน์สอบถาม