
เจ้าของบ้านหลายคนไม่แน่ใจว่าเมื่อแม่บ้านรายเดือนตั้งครรภ์ระหว่างทำงาน ควรทำอย่างไรกับพนักงานคนนี้ต่อไป ทั้งเรื่องงานที่ควรปรับ สิทธิที่กฎหมายคุ้มครอง และการวางแผนช่วงลาคลอดล่วงหน้า 3 ถึง 6 เดือนก่อนกำหนดคลอด คำตอบต้องอิงกฎหมายควบคู่กับความเห็นใจ ไม่ใช่ตัดสินใจตามความรู้สึกเพียงอย่างเดียว และไม่ควรใช้วิธีที่ผิดกฎหมายแม้จะดูสะดวกกว่า
สิทธิของแม่บ้านรายเดือนที่ตั้งครรภ์ตามกฎหมาย
กฎหมายคุ้มครองแรงงานให้สิทธิแม่บ้านรายเดือนที่ตั้งครรภ์ไว้ชัดเจน แม้เป็นงานทำงานบ้านก็ได้รับความคุ้มครองในหลายส่วน รวมถึงเรื่องความปลอดภัยระหว่างตั้งครรภ์
- สิทธิลาคลอดตามกฎหมายรวมสูงสุด 98 วัน นับรวมวันหยุดด้วย จ่ายค่าจ้าง 45 วันแรกโดยนายจ้าง
- ห้ามเลิกจ้างเพราะเหตุตั้งครรภ์ ถือเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม
- สิทธิลาไปตรวจครรภ์ตามนัดแพทย์โดยไม่ถูกหักค่าจ้างในบางกรณี
- ห้ามให้ทำงานที่เสี่ยงอันตรายต่อครรภ์ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายก่อนคลอด นับจากเดือนที่ 7 ถึง 9
- ได้รับค่าจ้างระหว่างลาคลอดตามสัดส่วนที่กฎหมายกำหนด
งานที่ควรปรับเพื่อความปลอดภัยระหว่างตั้งครรภ์
| ช่วงอายุครรภ์ | งานที่ควรเลี่ยง | เหตุผล | ทางเลือกที่ปรับได้ |
|---|---|---|---|
| ไตรมาสแรก 1 ถึง 3 เดือน | ยกของหนักเกิน 5 ถึง 10 กิโลกรัม | เสี่ยงกระทบการฝังตัวของตัวอ่อนในช่วง 6 ถึง 12 สัปดาห์แรก | แบ่งงานยกของให้คนอื่นช่วย ภายใน 1 ถึง 2 วัน |
| ไตรมาสสอง 4 ถึง 6 เดือน | ปีนบันไดหรือเก้าอี้ทำความสะอาดที่สูง | เสี่ยงหกล้มมากขึ้นตามน้ำหนักตัวที่เพิ่ม 3 ถึง 6 กิโลกรัม | ใช้ไม้ถูพื้นด้ามยาวแทนการปีน |
| ไตรมาสสาม 7 ถึง 9 เดือน | สัมผัสสารเคมีทำความสะอาดโดยไม่มีถุงมือ | เสี่ยงกระทบทารกในครรภ์ช่วงท้าย 7 ถึง 9 เดือน | ใช้ถุงมือและเปลี่ยนน้ำยาให้อ่อนโยนขึ้น |
| ตลอดการตั้งครรภ์ | ยืนหรือก้มทำงานต่อเนื่องเกิน 1 ถึง 2 ชั่วโมง | เสี่ยงปวดหลังและความดันในครรภ์เพิ่มขึ้น | แบ่งช่วงพักทุก 45 ถึง 60 นาที นั่งพัก 5 ถึง 10 นาที |
สิ่งที่นายจ้างทำได้เพื่อดูแลช่วงตั้งครรภ์
- ปรับตารางงานให้เบาลงในช่วง 3 เดือนสุดท้ายก่อนคลอด
- จัดเวลาพักเพิ่มระหว่างวัน 10 ถึง 15 นาทีทุก 1 ถึง 2 ชั่วโมง
- อนุญาตลาไปตรวจครรภ์ตามนัดแพทย์โดยไม่มีปัญหา ปกติตรวจทุก 4 ถึง 6 สัปดาห์
- จัดหาคนช่วยงานหนักชั่วคราวในช่วงไตรมาสสุดท้าย 2 ถึง 3 เดือน
- พูดคุยเปิดใจเรื่องความกังวลของทั้งสองฝ่ายตั้งแต่รู้ข่าว ใช้เวลา 15 ถึง 20 นาที
- จัดหาเก้าอี้หรือที่นั่งพักเพิ่มในจุดที่ต้องยืนทำงานนาน เกิน 30 ถึง 45 นาที
วางแผนช่วงลาคลอดล่วงหน้า
การวางแผนล่วงหน้าเรื่องแม่บ้านรายเดือนช่วยให้บ้านไม่สะดุดและไม่ต้องกังวลเรื่องงานระหว่างพักฟื้น
- คุยกำหนดวันเริ่มลาคลอดล่วงหน้า 1 ถึง 2 เดือนก่อนกำหนดคลอด กับแม่บ้านรายเดือน
- หาคนช่วยงานแม่บ้านรายเดือนชั่วคราวในช่วงลา 98 วัน ล่วงหน้า 3 ถึง 4 สัปดาห์
- ตกลงเรื่องการกลับมาทำงานหลังคลอดให้ชัดเจน
- เตรียมเอกสารสิทธิประกันสังคมที่เกี่ยวข้องล่วงหน้า
- ทบทวนขอบเขตงานหลังกลับมาทำงาน อาจต้องปรับช่วง 1 ถึง 2 เดือนแรก
ตัวอย่างการปรับตารางงานตามไตรมาส
ตัวอย่างตารางที่ปรับได้จริงช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้นว่าควรเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง
- ไตรมาสแรก — งานหลักยังทำได้ตามปกติ เพิ่มช่วงพัก 10 ถึง 15 นาทีทุก 2 ถึง 3 ชั่วโมง
- ไตรมาสสอง — ลดงานยกของหนักลง 50 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มคนช่วยงานหนัก 1 ถึง 2 วันต่อสัปดาห์ ทบทวนทุกเดือน
- ไตรมาสสาม — ลดชั่วโมงทำงานลง 1 ถึง 2 ชั่วโมงต่อวัน เน้นงานเบาเป็นหลัก
- ช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายก่อนคลอด — พิจารณาให้หยุดพักล่วงหน้าถ้าแพทย์แนะนำ
สิ่งที่นายจ้างทำไม่ได้ตามกฎหมาย
- เลิกจ้างทันทีที่รู้ว่าตั้งครรภ์ โดยไม่มีเหตุผลอื่นรองรับ ถือว่าผิดกฎหมายทันที
- บังคับให้ทำงานหนักหรือเสี่ยงอันตรายในช่วง 3 เดือนสุดท้าย
- ปฏิเสธไม่ให้ลาไปตรวจครรภ์ตามนัดแพทย์ ทุก 4 ถึง 6 สัปดาห์
- หักค่าจ้างเกินสัดส่วนที่กฎหมายกำหนดระหว่างลาคลอด 98 วัน
- บังคับให้ลาออกเองแทนการให้สิทธิลาคลอดตามกฎหมาย
- ลดตำแหน่งหรือเปลี่ยนเงื่อนไขการจ้างเพื่อกดดันให้ลาออกเอง
สิทธิประกันสังคมที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์
สิทธิประกันสังคมด้านล่างใช้ได้เฉพาะกรณีลูกจ้างอยู่ในระบบมาตรา 33 หรือสมัครมาตรา 40 ด้วยตนเอง แม่บ้านที่จ้างโดยตรงกับเจ้าของบ้านส่วนใหญ่มักไม่ได้อยู่ในระบบภาคบังคับ ควรตรวจสอบสถานะให้ชัดก่อนวางแผน
- ค่าคลอดบุตรเหมาจ่ายจากประกันสังคม ประมาณ 15000 บาทต่อครั้ง ยื่นเรื่องได้ภายใน 90 วัน
- เงินสงเคราะห์บุตรรายเดือนสำหรับบุตรอายุ 0 ถึง 6 ปี ประมาณ 800 บาทต่อเดือน จ่ายทุกเดือนต่อเนื่อง
- เงินทดแทนการขาดรายได้ระหว่างลาคลอด 50 เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้าง นานสูงสุด 90 วัน จ่ายทุกเดือน
- ต้องส่งเงินสมทบครบตามเงื่อนไขก่อนคลอดอย่างน้อย 5 เดือนภายใน 15 เดือน
- ยื่นเอกสารเบิกสิทธิภายใน 1 ถึง 2 ปีหลังคลอด ไม่ควรปล่อยเกินกำหนดที่ตั้งไว้
สิ่งที่ควรคุยกับแม่บ้านรายเดือนเมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์
การคุยให้ชัดตั้งแต่ต้นช่วยลดความกังวลทั้งสองฝ่าย ใช้เวลาคุยเพียง 15 ถึง 20 นาที ควรทำในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย
- กำหนดคลอดโดยประมาณคือเมื่อไหร่ ห่างจากวันนี้กี่สัปดาห์ เพื่อวางแผนช่วงลาล่วงหน้า
- มีอาการแพ้ท้องหรือข้อจำกัดที่ต้องปรับงานหรือไม่ เช่น ยกของหนักหรือกลิ่นน้ำยา ตั้งแต่สัปดาห์ที่เท่าไหร่
- ต้องการลาไปตรวจครรภ์บ่อยแค่ไหน ปกติทุก 4 ถึง 6 สัปดาห์ ใช้เวลาครั้งละ 1 ถึง 2 ชั่วโมง
- อยากกลับมาทำงานต่อหลังคลอดหรือไม่ ถ้าอยากกลับควรวางแผนอย่างไร
- มีคนช่วยดูแลลูกหลังคลอดระหว่างที่ต้องกลับมาทำงานหรือไม่
สัญญาณที่ควรพาไปพบแพทย์ทันทีระหว่างทำงาน
สัญญาณผิดปกติบางอย่างต้องรีบพาไปพบแพทย์ ไม่ควรรอให้ถึงนัดปกติ
- ปวดท้องรุนแรงหรือมีเลือดออกทางช่องคลอด ควรพบแพทย์ภายใน 1 ถึง 2 ชั่วโมง
- บวมมือหรือเท้าอย่างรวดเร็วผิดปกติภายใน 1 ถึง 2 วัน ร่วมกับน้ำหนักขึ้นเร็ว
- ปวดศีรษะรุนแรงร่วมกับตาพร่ามัว ควรพบแพทย์ทันทีภายใน 30 นาที
- ลูกดิ้นน้อยลงผิดปกติในช่วง 2 ถึง 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา น้อยกว่า 10 ครั้ง
- มีไข้สูงเกิน 38 องศาต่อเนื่องเกิน 1 วัน แม่บ้านรายเดือนควรพบแพทย์เช่นกันโดยเร็ว
เมื่อแม่บ้านรายเดือนตั้งครรภ์ระหว่างทำงาน นายจ้างมีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย — ปรับงานให้ปลอดภัย ให้สิทธิลาคลอด 98 วัน และห้ามเลิกจ้างเพราะเหตุตั้งครรภ์ วางแผนล่วงหน้าเรื่องคนช่วยงานและวันกลับมาทำงาน จะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายผ่านช่วงนี้ไปได้อย่างเป็นธรรม
ติดต่อเรา|แม่บ้านสุขสวัสดิ์
แม่บ้านสุขสวัสดิ์ ให้บริการแม่บ้านประจำบ้านพร้อมคำแนะนำเรื่องสิทธิลูกจ้างตั้งครรภ์ตามกฎหมาย — สอบถามก่อนได้ว่าต้องเตรียมอะไรบ้างเมื่อพนักงานตั้งครรภ์ระหว่างทำงาน ใช้เวลาคุยประมาณ 15 ถึง 25 นาที ทบทวนแผนช่วงลาคลอดทุก 1 ถึง 2 เดือนก่อนกำหนดคลอด และช่วยประสานหาคนช่วยงานชั่วคราวเมื่อจำเป็น ทีมงานช่วยแนะนำแนวทางปรับงานให้ปลอดภัยได้ตั้งแต่การนัดคุยครั้งแรก
- โทร:02-118-3737 / 082-333-7070
- Line:@maid2015
- เว็บ:https://www.แม่บ้านสุขสวัสดิ์.com
- เฟซบุ๊ก:https://www.facebook.com/maidbangkok/
อ้างอิง
[1] ILO การเสริมสร้างการคุ้มครองแรงงานทำงานบ้านในประเทศไทย รวมสิทธิลาคลอดและชั่วโมงทำงาน|https://www.ilo.org/resource/news/thailands-department-labour-protection-and-welfare-strengthens-protection


