
เจ้าของบ้านหลายคนสงสัยว่าแม่บ้านรายเดือนใช้เวลานานกว่าที่ตกลงไว้ทุกครั้ง เช่น ตกลงไว้ 3 ถึง 4 ชั่วโมงต่อวัน แต่ใช้จริง 5 ถึง 6 ชั่วโมงเป็นประจำติดต่อกันหลายสัปดาห์ จะตัดเงินได้ไหม คำตอบไม่ใช่ตัดได้หรือไม่ได้แบบเดียว ต้องแยกตามสาเหตุที่ทำให้ใช้เวลานานก่อนตัดสินใจ เพราะบางสาเหตุเป็นความรับผิดชอบของเจ้าของบ้านเองไม่ใช่ของแม่บ้าน
ทำไมแม่บ้านรายเดือนอาจใช้เวลานานกว่าที่ตกลงไว้
สาเหตุที่ทำให้ใช้เวลาเกินตกลงมีหลายแบบ บางแบบเป็นความรับผิดชอบของแม่บ้าน บางแบบเป็นความรับผิดชอบของเจ้าของบ้านเอง ต้องแยกให้ชัดก่อนตัดเงิน
- งานเพิ่มระหว่างเดือนที่เจ้าของบ้านขอกลางทาง เช่น ขอให้ทำความสะอาดเพิ่มอีก 1 ถึง 2 ห้องโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ทำให้แม่บ้านรายเดือนใช้เวลาทำงานเกินโดยไม่ได้ตั้งใจ
- บ้านมีพื้นที่จริงมากกว่าที่ประเมินตอนแรก ทำให้ใช้เวลาเกินตกลงไว้ 30 ถึง 60 นาทีต่อวัน
- ยังไม่คุ้นเคยกับบ้านใหม่ในช่วง 1 ถึง 2 สัปดาห์แรกของการทำงาน ใช้เวลาปรับตัวเพิ่มขึ้น 20 ถึง 40 นาทีต่อวัน
- ทำงานช้าโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน ทั้งที่ทำบ้านเดิมมานานแล้ว
- อุปกรณ์ทำความสะอาดไม่พร้อมหรือชำรุด ทำให้เสียเวลาเพิ่ม 10 ถึง 20 นาทีต่อรอบงาน
- สมาชิกในบ้านเพิ่มขึ้นระหว่างเดือน เช่น มีแขกพักอาศัยชั่วคราว ทำให้งานเพิ่มโดยไม่ได้ตกลงไว้ก่อน
ตัดเงินได้ไหม แยกตามสาเหตุ
| สถานการณ์ | ตัดเงินได้หรือไม่ | เหตุผล | ทางแก้ที่แนะนำ |
|---|---|---|---|
| ทำงานช้าโดยไม่มีเหตุผล ทั้งที่คุ้นบ้านแล้ว | ตัดเงินได้ตามข้อตกลง | ทำงานไม่ครบตามที่ตกลงไว้ | คุยปรับข้อตกลงให้ชัดอีกครั้ง |
| เจ้าของบ้านขอเพิ่มงานกลางทางโดยไม่แจ้งล่วงหน้า | ตัดเงินไม่ได้ | เจ้าของบ้านเป็นฝ่ายเพิ่มงานเอง | จ่ายค่าล่วงเวลาแทนการตัดเงิน |
| บ้านใหญ่กว่าที่ประเมินไว้ตอนแรก | ตัดเงินไม่ได้ทันที | ประเมินงานผิดตั้งแต่ต้น | ปรับข้อตกลงเวลาใหม่ร่วมกัน |
| ยังไม่คุ้นบ้านใหม่ในช่วง 1 ถึง 2 สัปดาห์แรก | ตัดเงินไม่ได้ในช่วงนี้ | เป็นช่วงปรับตัวปกติ | ให้เวลาปรับตัว 2 ถึง 3 สัปดาห์ก่อนประเมิน |
| ป่วยหรือมีเหตุจำเป็นทำให้ทำงานช้าลง | ตัดเงินไม่ได้ | เป็นเหตุสุดวิสัย | พิจารณาเป็นกรณี ไม่หักอัตโนมัติ |
วิธีจัดการที่เป็นธรรมทั้งสองฝ่ายเมื่อใช้เวลาเกิน
การจัดการที่เป็นธรรมเริ่มจากพูดคุยหาสาเหตุก่อนตัดสินใจ ไม่ใช่หักเงินแม่บ้านรายเดือนทันทีที่เห็นว่าใช้เวลานานกว่าตกลง
- พูดคุยหาสาเหตุที่แม่บ้านรายเดือนใช้เวลาเกินก่อนทุกครั้ง ใช้เวลาคุย 15 ถึง 20 นาที
- ถ้าสาเหตุมาจากงานเพิ่มที่เจ้าของบ้านขอ ควรจ่ายค่าล่วงเวลาตามชั่วโมงจริง
- ถ้าสาเหตุมาจากทำงานช้าโดยไม่มีเหตุผล ตกลงกรอบเวลาใหม่ให้ชัดร่วมกัน
- ให้ช่วงปรับตัว 2 ถึง 3 สัปดาห์แรกก่อนประเมินความช้าอย่างจริงจัง
- บันทึกเวลาทำงานจริงเทียบกับที่ตกลงไว้ทุกสัปดาห์เพื่อดูแนวโน้มเวลาทำงานเกิน
- แจ้งผลการพูดคุยให้ชัดเจนภายใน 1 ถึง 2 วันหลังพบสาเหตุ
- เปิดโอกาสให้ชี้แจงก่อนสรุปทุกครั้ง ใช้เวลาฟัง 5 ถึง 10 นาที และให้คำตอบภายใน 1 ถึง 2 วัน หลังพูดคุยกันครบ 2 ฝ่าย
สิ่งที่ควรตกลงไว้ล่วงหน้าเพื่อลดข้อพิพาทเรื่องเวลา
- กำหนดเวลาทำงานต่อวันให้ชัดตั้งแต่วันแรก เช่น 3 ถึง 4 ชั่วโมงต่อวัน
- ระบุขอบเขตงานที่รวมในค่าจ้างรายเดือนให้ครบ ไม่เผื่อความคาดหวัง
- ตกลงล่วงหน้าว่าถ้ามีงานเพิ่มกลางทาง จะจ่ายค่าล่วงเวลาอย่างไร
- กำหนดช่วงทดลองงาน 2 ถึง 4 สัปดาห์ก่อนประเมินความเร็วในการทำงานของแม่บ้านรายเดือน
- ตกลงวิธีแจ้งล่วงหน้าเมื่อวันใดต้องใช้เวลามากกว่าปกติ
- ระบุวิธีคำนวณค่าล่วงเวลาต่อชั่วโมงไว้ล่วงหน้าเป็นตัวเลขชัดเจน
- กำหนดวันทบทวนข้อตกลงร่วมกันทุก 1 ถึง 2 เดือนตั้งแต่วันแรก
ตัวอย่างการคิดค่าล่วงเวลาเมื่อใช้เวลาเกิน
การคิดค่าล่วงเวลาที่ชัดเจนช่วยลดข้อพิพาทเรื่องตัดเงินได้มากกว่าการเดาหรือหักตามความรู้สึก ควรตกลงอัตราต่อชั่วโมงไว้ล่วงหน้าตั้งแต่วันแรกที่รับงาน
- ตกลงไว้ 4 ชั่วโมงต่อวัน ใช้จริง 5 ชั่วโมง เพราะเจ้าของบ้านขอเพิ่มงาน — จ่ายค่าล่วงเวลา 1 ชั่วโมงตามอัตราที่ตกลง
- ตกลงไว้ 4 ชั่วโมงต่อวัน ใช้จริง 4 ชั่วโมงครึ่ง เพราะทำงานช้าโดยไม่มีเหตุผล — ไม่จ่ายเพิ่มแต่ควรคุยปรับความเร็ว
- ใช้เวลาเกินเฉลี่ย 20 ถึง 30 นาทีต่อวันจากงานที่ไม่ได้ตกลงไว้ล่วงหน้า รวมเป็นค่าล่วงเวลาต่อสัปดาห์ 2 ถึง 3 ชั่วโมง
- ทบทวนอัตราค่าล่วงเวลาทุก 3 ถึง 6 เดือนให้สอดคล้องกับค่าจ้างที่ปรับขึ้น
- คิดอัตราค่าล่วงเวลาต่อชั่วโมงจากค่าจ้างรายเดือนหารด้วยจำนวนชั่วโมงทำงานที่ตกลงไว้ทั้งเดือน
- แจ้งยอดล่วงหน้า 1 ถึง 2 วันก่อนจ่ายจริง และสรุปยอดรวมทุก 7 ถึง 15 วันให้ตรวจสอบง่าย พร้อมระบุที่มาของแต่ละรายการ 1 ต่อ 1
จุดพลาดที่พบบ่อยเรื่องเวลาทำงานแม่บ้านรายเดือน
- ไม่กำหนดขอบเขตงานให้ชัดตั้งแต่วันแรก ทำให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจไม่ตรงกัน
- ตัดเงินทันทีโดยไม่ถามสาเหตุก่อน ทำให้เสียความไว้ใจในการทำงานต่อ
- ขอเพิ่มงานกลางทางบ่อยครั้งโดยไม่จ่ายค่าล่วงเวลาเพิ่ม
- ไม่ให้ช่วงปรับตัวกับบ้านใหม่เลย ประเมินความช้าตั้งแต่สัปดาห์แรก
- ไม่บันทึกเวลาทำงานจริงไว้เป็นหลักฐานเมื่อเกิดข้อพิพาทเรื่องค่าจ้าง
- เปลี่ยนกฎเวลาทำงานเกินกลางเดือนโดยไม่แจ้งแม่บ้านรายเดือนล่วงหน้า
- ไม่เปิดโอกาสให้อธิบายก่อนตัดสินใจ ทำให้ความสัมพันธ์ในการทำงานแย่ลงเรื่อยๆ
ความแตกต่างระหว่างงานรายเดือนกับงานรายวัน
แม่บ้านรายเดือนและแม่บ้านรายวันมีข้อตกลงเรื่องเวลาต่างกัน เข้าใจความแตกต่างนี้ช่วยตัดสินใจเรื่องตัดเงินได้แม่นยำขึ้น
- งานรายเดือน — ตกลงเวลาทำงานต่อวันไว้ล่วงหน้าเป็นกรอบเดียวกันตลอดเดือน เช่น 3 ถึง 4 ชั่วโมงทุกวัน
- งานรายวัน — มักคิดค่าจ้างตามชั่วโมงจริงในวันนั้น ใช้เวลาเกินก็จ่ายเพิ่มตามจริง
- งานรายเดือนที่ใช้เวลาเกินสม่ำเสมอทุกวันติดต่อกันเกิน 2 ถึง 3 สัปดาห์ ควรปรับเป็นข้อตกลงใหม่แทนตัดเงินรายวัน
- งานรายเดือนเหมาะกับบ้านที่มีปริมาณงานสม่ำเสมอ ถ้าปริมาณงานแปรผันมาก ควรพิจารณาจ้างรายวันแทน
- เปลี่ยนจากรายวันเป็นรายเดือนได้เมื่อทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่าปริมาณงานคงที่แล้วอย่างน้อย 1 ถึง 2 เดือน
วิธีบันทึกเวลาทำงานให้เป็นหลักฐานที่ใช้ได้จริง
การมีบันทึกเวลาทำงานที่ชัดเจนช่วยให้ทั้งสองฝ่ายคุยกันด้วยข้อมูลจริง ไม่ใช่ความรู้สึกเมื่อเกิดข้อพิพาทเรื่องค่าจ้าง
- จดเวลาเริ่มและเวลาเลิกงานทุกวันในสมุดหรือแอปที่เข้าถึงได้ทั้งสองฝ่าย
- ระบุสาเหตุสั้นๆ ทุกครั้งที่แม่บ้านรายเดือนใช้เวลาเกินกว่าตกลงไว้เกิน 15 ถึง 20 นาที
- สรุปเวลารวมทุกสัปดาห์ เทียบกับที่ตกลงไว้ 3 ถึง 4 ชั่วโมงต่อวัน
- เก็บบันทึกไว้อย่างน้อย 2 ถึง 3 เดือนก่อนใช้ประกอบการตัดสินใจปรับค่าจ้าง
- ให้ทั้งสองฝ่ายเซ็นรับทราบบันทึกทุกสัปดาห์เพื่อลดข้อโต้แย้งภายหลัง
สิ่งที่ควรถามแม่บ้านรายเดือนเมื่อใช้เวลาเกินบ่อย
การถามตรงๆ ช่วยแยกได้ว่าปัญหาอยู่ที่ไหน ก่อนตัดสินใจเรื่องค่าจ้าง ใช้เวลาคุยเพียง 10 ถึง 15 นาทีก็มักได้คำตอบที่ชัดเจนพอ
- วันที่ใช้เวลาเกิน เกิดจากงานอะไรเพิ่มเติมหรือไม่
- เป็นแบบนี้ทุกวันหรือเกิดขึ้นเฉพาะบางวัน สัปดาห์ละกี่ครั้ง
- ต้องการเวลาปรับตัวเพิ่มอีกเท่าไหร่ถ้าเป็นบ้านใหม่ 1 ถึง 2 สัปดาห์พอหรือไม่
- มีอุปสรรคอะไรที่ทำให้ทำงานช้ากว่าปกติ
- อุปกรณ์หรือของใช้ในบ้านพร้อมพอสำหรับงานที่ตกลงไว้หรือไม่
- เคยเจอปัญหาลักษณะนี้กับบ้านก่อนหน้ามาก่อนหรือไม่ แก้อย่างไร
- คิดว่าเวลาที่ตกลงไว้ตอนแรกเหมาะสมกับปริมาณงานจริงหรือไม่
เมื่อคุยกันแล้วยังตกลงกันไม่ได้ ควรทำอย่างไร
บางกรณีคุยหาสาเหตุแล้วแต่ทั้งสองฝ่ายยังเห็นไม่ตรงกันเรื่องเวลาและค่าจ้าง ควรมีทางออกที่ชัดเจนไว้ล่วงหน้า
- ให้เวลาทดลองปรับตามข้อตกลงใหม่ 1 ถึง 2 สัปดาห์ก่อนตัดสินใจขั้นสุดท้าย
- ถ้ายังไม่ลงตัว พิจารณาปรับค่าจ้างรายเดือนให้ตรงกับเวลาทำงานจริงมากขึ้น
- ถ้าความเห็นต่างกันมากเกินไป ควรพิจารณาเปลี่ยนแม่บ้านรายเดือนแทนการฝืนทำงานต่อ
- บันทึกข้อตกลงใหม่เป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้งที่ปรับเงื่อนไข
- นัดทบทวนผลอีกครั้งหลังผ่านไป 2 ถึง 4 สัปดาห์ เพื่อดูว่าข้อตกลงใหม่ใช้ได้จริงหรือไม่
- ถ้าทดลองแล้วยังไม่ลงตัวภายใน 1 ถึง 2 รอบ ควรหาทางออกร่วมกันแบบเป็นทางการมากขึ้น
แม่บ้านรายเดือนใช้เวลานานกว่าที่ตกลงไว้ ตัดเงินไม่ได้เสมอไป ต้องแยกสาเหตุก่อน — ถ้าเจ้าของบ้านเพิ่มงานเองควรจ่ายค่าล่วงเวลา ถ้าประเมินงานผิดตั้งแต่ต้นควรปรับข้อตกลงใหม่ ตัดเงินได้เฉพาะกรณีทำงานไม่ครบตามที่ตกลงไว้โดยไม่มีเหตุผล
ติดต่อเรา|แม่บ้านสุขสวัสดิ์
แม่บ้านสุขสวัสดิ์ ให้บริการแม่บ้านประจำบ้านพร้อมข้อตกลงเรื่องเวลาทำงานที่ชัดเจนตั้งแต่วันแรก — สอบถามก่อนรับงานได้ว่าต้องการกำหนดขอบเขตงานและเวลาแบบไหน เพื่อลดข้อพิพาทเรื่องค่าจ้างในอนาคต ใช้เวลาคุยประมาณ 15 ถึง 25 นาที ทบทวนข้อตกลงทุก 1 ถึง 2 เดือน และปรับกรอบเวลาทุกครั้งที่ขอบเขตงานเปลี่ยนไป
- โทร:02-118-3737 / 082-333-7070
- Line:@maid2015
- เว็บ:https://www.แม่บ้านสุขสวัสดิ์.com
- เฟซบุ๊ก:https://www.facebook.com/maidbangkok/
อ้างอิง
[1] ILO การเสริมสร้างการคุ้มครองแรงงานทำงานบ้านในประเทศไทย|https://www.ilo.org/resource/news/thailands-department-labour-protection-and-welfare-strengthens-protection


