
ผู้สูงอายุต่อต้านคนดูแลคนใหม่ เป็นสถานการณ์ที่หลายครอบครัวเจอ และมักกังวลว่าจะหาคนดูแลที่ถูกใจไม่ได้เลย แต่การต่อต้านช่วงแรกไม่ได้แปลว่าคนดูแลคนนั้นไม่เหมาะสมเสมอไป หลายครั้งเป็นเรื่องของการปรับตัวที่ต้องใช้เวลา บทความนี้ชวนดูสาเหตุที่พบบ่อย วิธีสร้างความคุ้นเคย และข้อควรระวัง
ทำไมผู้สูงอายุถึงต่อต้านคนดูแลคนใหม่
การต่อต้านคนแปลกหน้าที่เข้ามาดูแลตัวเอง เป็นปฏิกิริยาที่พบได้ทั่วไปในผู้สูงอายุหลายคน ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ
- ความไม่คุ้นเคยกับคนแปลกหน้า ทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัยในช่วงแรก
- ความรู้สึกสูญเสียความเป็นส่วนตัวเมื่อต้องมีคนอื่นดูแลใกล้ชิด
- ความผูกพันกับคนดูแลคนเดิม ทำให้ยากที่จะเปิดใจรับคนใหม่
- ความกลัวว่าจะถูกทอดทิ้งหรือถูกแทนที่โดยคนที่ไม่รู้จัก
เมื่อครอบครัวเข้าใจว่าทำไมผู้สูงอายุต่อต้านคนดูแลคนใหม่ ในแต่ละกรณี จะช่วยเลือกวิธีรับมือได้ตรงจุดกว่าการตำหนิหรือรีบร้อนบังคับให้ยอมรับ
วิธีสร้างความคุ้นเคยทีละน้อย
| วิธี | ทำไมช่วยได้ | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| ให้เวลาปรับตัวก่อนตัดสินใจ | ลดความกดดันที่อาจทำให้ต่อต้านมากขึ้น | ให้ผู้สูงอายุและคนดูแลใหม่ทำความรู้จักกันทีละขั้น |
| ไม่เร่งรัดความสัมพันธ์ | สร้างความไว้วางใจอย่างเป็นธรรมชาติ | เริ่มจากงานเบาๆ ก่อนงานที่ต้องสัมผัสใกล้ชิด |
| ให้ครอบครัวอยู่ร่วมด้วยช่วงแรก | ช่วยให้ผู้สูงอายุรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น | คนในครอบครัวอยู่ด้วยระหว่างที่คนดูแลใหม่ทำงาน |
การให้ครอบครัวอยู่ร่วมด้วยช่วงแรก เป็นวิธีที่ได้ผลดีในหลายกรณี เพราะผู้สูงอายุจะรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นเมื่อเห็นคนที่ไว้ใจอยู่ใกล้ๆ ระหว่างทำความรู้จักคนดูแลใหม่ เมื่อเวลาผ่านไป ความคุ้นเคยจะค่อยๆ เกิดขึ้นเองโดยไม่ต้องเร่งรัด และครอบครัวก็ค่อยๆ ถอยห่างออกไปได้เมื่อเห็นว่าทั้งสองฝ่ายเริ่มไว้ใจกันมากขึ้น
สังเกตสาเหตุของการต่อต้านให้ชัดเจน
สังเกตสาเหตุของการต่อต้าน อย่างละเอียด ช่วยให้ครอบครัวรับมือได้ตรงจุดมากกว่าการเดาสุ่มหรือใช้วิธีเดียวกันกับทุกสถานการณ์โดยไม่พิจารณาความแตกต่างของแต่ละคน
- สังเกตว่าต่อต้านเฉพาะคนใหม่ หรือต่อต้านการมีคนดูแลโดยรวม
- สังเกตช่วงเวลาที่การต่อต้านรุนแรงขึ้นหรือลดลง
- พูดคุยกับผู้สูงอายุตรงๆ ถ้าสื่อสารกันได้
- สังเกตว่ามีเหตุการณ์เฉพาะที่กระตุ้นการต่อต้านหรือไม่
ผู้สูงอายุต่อต้านคนดูแลคนใหม่ รับมือได้ด้วยการสร้างความคุ้นเคยทีละน้อย ให้เวลาปรับตัวก่อนตัดสินใจ ไม่เร่งรัดความสัมพันธ์ และสังเกตสาเหตุของการต่อต้านอย่างละเอียด ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนคนดูแลเมื่อจำเป็นจริง
ความอดทนของทั้งครอบครัวและคนดูแลใหม่ มีบทบาทสำคัญมากในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ ผู้สูงอายุต่อต้านคนดูแลคนใหม่ ในช่วงแรกเกือบทุกกรณี แต่ส่วนใหญ่ค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อได้รับเวลาและพื้นที่ในการปรับตัวอย่างเพียงพอ โดยไม่ถูกเร่งรัดจากทั้งครอบครัวและคนดูแลเอง
- พูดคุยกับคนดูแลใหม่ล่วงหน้าเรื่องนิสัยและความชอบของผู้สูงอายุ
- ให้คนดูแลใหม่สังเกตและเรียนรู้จากคนดูแลคนเดิมถ้าเป็นไปได้
- เตรียมของใช้หรือกิจกรรมที่ผู้สูงอายุชอบไว้ช่วยสร้างบรรยากาศที่ดี
- ทบทวนความคืบหน้าร่วมกันเป็นระยะระหว่างครอบครัวและคนดูแล
เมื่อไหร่ควรเปลี่ยนคนดูแล
บางสถานการณ์ควรพิจารณาเปลี่ยนคนดูแลเมื่อจำเป็นจริง แทนการฝืนต่อไป
- ให้เวลาปรับตัวนานพอสมควรแล้วแต่อาการต่อต้านไม่ดีขึ้นเลย
- ผู้สูงอายุแสดงความทุกข์ใจหรือเครียดอย่างชัดเจนต่อเนื่อง
- คนดูแลใหม่เองก็รู้สึกอึดอัดหรือทำงานได้ยากจากการต่อต้าน
- มีสัญญาณว่าความสัมพันธ์ไม่มีทางดีขึ้นแม้พยายามหลายวิธีแล้ว
การตัดสินใจเปลี่ยนคนดูแลไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นการยอมรับว่าบางครั้งเคมีระหว่างคนสองคนอาจไม่เข้ากันจริงๆ แม้ทั้งสองฝ่ายจะพยายามอย่างเต็มที่แล้วก็ตาม
ข้อควรระวังเมื่อรับมือกับการต่อต้าน
แม้จะมีวิธีรับมือที่ดีแล้ว ก็ยังมีข้อควรระวังบางอย่างที่ครอบครัวควรรู้ไว้เสมอ
- ไม่ควรบังคับหรือตำหนิผู้สูงอายุที่แสดงการต่อต้าน
- สื่อสารกับคนดูแลใหม่ให้เข้าใจสถานการณ์ตั้งแต่ต้น
- ให้ความสำคัญกับความรู้สึกของผู้สูงอายุตลอดกระบวนการ
- ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญถ้าการต่อต้านรุนแรงผิดปกติ
ความเข้าใจและความอดทนของทุกฝ่าย มักเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ผ่านช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ไปได้ด้วยดี โดยไม่ทำร้ายความรู้สึกของผู้สูงอายุที่กำลังปรับตัวอยู่แล้ว
ติดต่อเรา|แม่บ้านสุขสวัสดิ์
แม่บ้านสุขสวัสดิ์ ให้บริการจัดหาคนดูแลที่เข้าใจการรับมือเมื่อผู้สูงอายุต่อต้านคนดูแลคนใหม่ อย่างอ่อนโยนและใจเย็น สอบถามทีมงานได้ก่อนตัดสินใจ ใช้เวลาคุยประมาณ 20 ถึง 30 นาที
- โทร:02-118-3737 / 082-333-7070
- Line:@maid2015
- เว็บ:https://www.แม่บ้านสุขสวัสดิ์.com
- เฟซบุ๊ก:https://www.facebook.com/maidbangkok/
อ้างอิง
[1] MedlinePlus ห้องสมุดการแพทย์แห่งชาติสหรัฐฯ ข้อมูลสุขภาพผู้ดูแล รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์และรับมือกับความเครียดในการดูแล|https://medlineplus.gov/caregiverhealth.html


